ข่าว
100 year

ยุติความรุนแรงในสังคม

ลมกรด1 ธ.ค. 2561 05:01 น.
SHARE

เดือน พ.ย. ถือเป็น เดือนแห่งการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี และองค์การสหประชาชาติได้รับรองให้วันที่ 25 พ.ย.ของทุกปีเป็นวันขจัดความรุนแรงต่อสตรีสากล ตลอดทั้งสัปดาห์นี้กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็ได้จัด กิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี บุคคลในครอบครัว และความรุนแรงในสังคมทุกรูปแบบ

วันเสาร์สบายๆปลายสัปดาห์นี้เรามาคุยถึง การแก้ไขปัญหาความรุนแรงในสังคม กันสักหน่อย หวังว่าบุตรหลานเยาวชนไทยจะเติบโตขึ้นโดยไม่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง ก่อนอื่นผมขอนำรายชื่อผู้ที่ได้รับ รางวัลบุคคล หน่วยงาน และสื่อ ที่ไม่นิ่งเฉยต่อความรุนแรงในครอบครัว จากกรมกิจการสตรีฯ มาลงให้ทราบกัน เพื่อแสดงความชื่นชมและเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ที่เสียสละทำงานเพื่อสังคมด้วยความมุ่งมั่นมาตลอด

ประเภทบุคคลได้แก่ น.ส.กนกวรรณ กอลาบันหลง นางน้ำทิพย์ เชียงเงิน นางเบญจวรรณ จิตต์มณี นายศิริพงษ์ ทักษิณวิโรจน์ นางสิรินยา บิชอพ น.ส.ณัฏฐา โกมลวาทิน น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี พระภิกษุศักดา บานชื่น น.ส.แพรวดาว ศิลภูวดลพิทักษ์

ประเภทหน่วยงานได้แก่ เทศบาลตำบลเกาะเพชร จ.นครศรีธรรมราช เทศบาลตำบลนาด้วง จ.เลย เทศบาลตำบลแม่โป่ง จ.เชียงใหม่ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 6 มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี (องค์กรสาธารณประโยชน์) เทศบาลตำบลหนองลาน จ.กาญจนบุรี องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย องค์การ บริหารส่วนตำบลโคกกระเทียม จ.ลพบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลพลูตาหลวง จ.จันทบุรี

ประเภทสื่อได้แก่ รายการผู้หญิงมหัศจรรย์ Wonder Woman ละครเรื่องข้ามสีทันดร ละครเรื่องบาปรัก

สำหรับกิจกรรมรณรงค์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯในปีนี้ใช้แนวคิด He For She มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของ ผู้ชายทุกวัยและทุกสาขาอาชีพ เป็นพลังยุติความรุนแรงในทุกรูปแบบ โดยต้องไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย และไม่กระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ซึ่งเป็นหลักการที่ถูกต้อง เพราะคดีความรุนแรงทั้งหลายเกิดจากผู้ชายเป็นผู้ก่อเหตุ จึงควรปรับพฤติกรรมและเปลี่ยนความคิดของผู้ชายเพื่อลดความเสี่ยง

ขณะเดียวกันผมอยากเสนอเพิ่มเติมให้ รัฐบาลกระตุ้นไปยังทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการยุติความรุนแรงในสังคม เพราะการแก้ปัญหาจะพึ่งภาครัฐอย่างเดียวไม่ได้ งบประมาณและกำลังคนมีไม่พอ เพียงแต่ภาครัฐต้องมีแนวนโยบายที่ชัดเจน แล้วกระจายส่งต่อไปยังเอกชน ประชาชน ร่วมกันรณรงค์ปลุกจิตสำนึกต่อเนื่อง

ขอยกตัวอย่างการทำงานของมูลนิธิปวีณาฯ ซึ่งสตรีที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงจะนึกถึงเป็นที่พึ่งอันดับแรกๆ คุณปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ มักพูดเสมอว่า มูลนิธิฯจะทำงานสำเร็จไม่ได้เลยหากขาดความร่วมมือจากภาครัฐ ประชาชน และสื่อมวลชน เพราะมูลนิธิฯเป็นแค่ผู้ประสานงาน แต่ทำแบบวันสต็อปเซอร์วิส แต่ละเคสที่มาขอความช่วยเหลือก็ต้องไปประสานกับหน่วยงานอื่นๆต่อเนื่อง เช่น พาเหยื่อไปตรวจร่างกาย ไปแจ้งความดำเนินคดี คุยกับสหวิชาชีพ บางรายมีการข่มขู่ก็ต้องขอคุ้มครองพยาน ประสานกับกรมคุ้มครองสิทธิ หรือส่งกระทรวงการพัฒนาสังคมฯรับช่วงต่อ และติดตามจนเสร็จสิ้นคดี บางเคสไม่ง่ายโดยเฉพาะการช่วยเหยื่อให้รอดพ้นจากขบวนการค้ามนุษย์ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ก็ยากที่จะทำงานสำเร็จ

ในฐานะสื่อมวลชนทำงานกับข่าวสารทุกวัน ผมบอกได้เลยว่าปัญหาการใช้ความรุนแรงกับสตรีและเด็กเกิดขึ้นแทบทุกวัน ถ้าไม่แก้ไขที่ต้นเหตุ ไม่ปลุกจิตสำนึกที่ดี และไม่สร้างการมีส่วนร่วม ปัญหาจะไม่มีวันหมด คนทำงานด้านนี้ก็ต้องไล่ตามปัญหาไปเรื่อยๆ หนำซ้ำการช่วยเหลือเหยื่อแต่ละเคสใช้เงินไม่ใช่น้อย แม้แต่มูลนิธิปวีณาฯยังเคยถังแตก ทุกวันนี้ก็ยังมีปัญหาสภาพคล่อง หากเป็นมูลนิธิเล็กๆยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ปิดตัวกันไปหลายแห่งแล้ว ที่ยืนระยะทำงานอยู่ได้ทุกวันนี้ก็ด้วยใจรัก และสงสารเหยื่อที่ถูกข่มเหงรังแก

บริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย ที่เจียดกำไรมาทำกิจกรรมเพื่อสังคมในด้านต่างๆ ถ้าจะลงมาช่วยเหลือด้านนี้บ้างก็ดีนะครับ ไม่จำเป็นต้องให้เงินมาอย่างเดียว มีหลายวิธีที่จะช่วยกันทำได้ เช่น ตั้งศูนย์รับเลี้ยงเด็ก หรือเปิดให้พนักงานเอาลูกเล็กมาทำงานด้วยได้ เป็นการสร้างความอบอุ่นแก่เด็กให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

ช่วยเหลือสังคมแบบนี้เหมือนปิดทองหลังพระ แม้ไม่มีใครเห็น แต่อิ่มบุญครับ.

ลมกรด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ความรุนแรงสหประชาติวันขจัดความรุนแรงต่อสตรีสากลหมายเหตุประเทศไทยลมกรด

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้