วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569 ได้เวลากลับมาทำงานกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาเสียทีนะครับ หลังจากมีข่าวว่าคนไทยจำนวนหนึ่งได้ยื่นใบลากิจบ้างใบลาพักผ่อนบ้างแค่ 2 วัน แต่ได้วันพักยาวเหยียดติดกันถึง 9 วัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเท่าที่ผมสุ่มสอบถามเพื่อนๆฝูงๆที่ยังเป็นนักบริหาร หรือเจ้าของกิจการต่างๆอยู่...ได้รับคำตอบมาว่า กลุ่มที่ยื่นใบลาในวันทำงานที่เป็น “ฟันหลอ” อยู่นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานระดับกลางๆลงไปถึงล่างๆโดยเฉพาะระดับล่างๆจะมากที่สุด เพราะเป็นคนต่างจังหวัด ซึ่งเคร่งครัดมากในเรื่องพระศาสนา...อยากจะกลับไปทำบุญ “เข้า พรรษา” เพราะเชื่อว่าจะได้บุญกุศลมากกว่าการทำบุญทั่วไปถ้าข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างที่ผมสอบถามก็น่าจะถือเป็นเรื่องที่ดี และเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติในระยะยาว...เพราะการหยุดไปทำบุญใหญ่นั้นย่อมจะทำให้จิตใจของผู้คนอิ่มเอิบเบิกบานและมีความคิดอ่านในทางที่ดีที่เป็นกุศลกลับมาด้วยจะได้มีกำลังใจที่เข้มแข็งพร้อมที่จะสู้กับงานหนัก หรืออาจไม่หนักแต่น่าเบื่อ สำหรับผู้ที่ต้องทำอย่างจำเจ...ได้อย่างเข้มแข็งต่อไปที่สำคัญถ้าเราย้อนกลับไปดูสถานการณ์โลก และสถานการณ์ของบ้านเราในช่วงที่ผ่านมาก็จะเห็นได้ว่ายังคงอยู่ในเกณฑ์ “วุ่นวายหนอ” อยู่เหมือนเดิม หรืออาจจะหนักกว่าเดิมด้วยซํ้าสงครามระหว่างสหรัฐฯ+ยิว สู้รบกับอิหร่านในตะวันออกกลาง ทำท่าเหมือนดีขึ้น มีการหยุดยิงไปยาวนานหลายๆวัน ทำให้ราคานํ้ามันซึ่งเป็นตัวปัญหาที่สำคัญของเศรษฐกิจโลกค่อยๆผ่อนลงมาลงไปเกือบถึงสถานการณ์ก่อนวันทำสงคราม เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์อยู่รอมร่อ ทำให้หลายฝ่ายเบาใจ นึกว่าหมดทุกข์หมดโศกแล้ว...ที่ไหนได้ ก็กลับมาสู้รบกันใหม่ เป็นเหตุให้ราคานํ้ามันกลับมาพุ่งพรวดๆอีกครั้งเพิ่งจะมาหยุดและถอยลงเล็กน้อยในวันที่เขียนต้นฉบับ...แต่ก็ยังเดาไม่ถูกว่าจะลงเอยแบบไหน ตราบใดที่บุรุษชื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ยังเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯต่อ...ความไม่แน่นอน น่าจะยังคงอยู่ต่อไป...และโลกเราก็คงจะเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อนต่อไปไม่เฉพาะเรื่องทำสงครามแบบรบราฆ่าฟันกันตรงๆเท่านั้น... แม้เรื่องสงครามเศรษฐกิจก็ยังกลับมาใหม่จนได้ โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นภาษีศุลกากร ซึ่งล่าสุดประเทศไทยของเราต้องโดนภาษี 12.5 เปอร์เซ็นต์ แทนที่จะเป็น 10 เปอร์เซ็นต์...เหนื่อยต่อไปมาดูเรื่องของการเมืองในประเทศก็ยังวุ่นกันไม่หยุด...คดีฮั้ว สว.เอย, คดีคอร์รัปชันโกงกินเอย, ข่าวลือเรื่องการขัดแย้งในพรรค รัฐบาลเอย,วันๆมีแต่ข่าวเรื่องเหล่านี้พาดหัวยักษ์ และในโซเชียลทั้งๆที่โอกาสดีวาสนามาเกยประเทศไทยหลายๆเรื่อง เช่นจู่ๆสถาบันจัดอันดับเครดิตต่างๆก็หันมายกย่องประเทศไทย, สื่อดังๆ ก็หันมาอวยยกให้เป็นดาวรุ่ง (หลังจากเป็นคนป่วยอยู่หยกๆ)แทนที่เราจะถือโอกาสขานรับหันมาใช้ข่าวดีให้เป็นประโยชน์... กลับกลายเป็นว่าเรายังคงทะเลาะกันไม่หยุดหย่อนครับ! ก็เป็นตัวอย่างบางตัวอย่างของโลกแห่งความเป็นจริงที่เราจะต้องเผชิญกันต่อไปนับตั้งแต่วันนี้ ซึ่งยังเต็มไปด้วยความน่าเวียนหัว น่ากังวลใจ จนไม่แน่ใจว่าการกลับบ้านไปพักผ่อน ไปทำบุญไหว้พระช่วงเทศกาลเข้าพรรษาจะเพียงพอหรือไม่?แต่มาคิดอีกที...คนไทยเราถ้าจะว่าไปก็ผ่านความทุกข์ความโศกมามากจนอาจจะกล่าวได้ว่า “คุ้นชิน” หรือถ้าจะพูดภาษาหมอ ก็ต้องว่าเรามี “วัคซีน” ป้องกันตัวเราเองอยู่มากพอสมควรได้ไปทำบุญในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการเสริม...อาจจะทำให้พลังวัคซีนเพิ่มสูงขึ้น สู้ได้ทุกโรคขอต้อนรับกลับสู่การทำงาน และกลับสู่ความวุ่นวายหนอ ที่รออยู่ข้างหน้า ทั้งระยะใกล้ และระยะไกล...ขอให้วัคซีนที่มีอยู่ในตัวอยู่แล้วช่วยคุ้มครองทุกๆท่านให้อยู่รอดปลอดภัย จนสามารถผ่านได้ทุกเรื่องเหมือนที่เคยผ่านมา...นะครับ...เพี้ยง!“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม