จากการที่ ครม.ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีมติออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบวิกฤติด้านพลังงาน ช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน และปรับโครงสร้างพลังงาน ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.2569ซึ่งได้ระบุเป้าหมายการใช้งบฯ เงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดยส่วนแรก 2 แสนล้านบาท จะใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน ส่วนอีก 2 แสนล้านบาท จะใช้ในการปรับโครงสร้างพลังงาน เปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้พลังงานทดแทน พลังงานทางเลือกโดยนายอนุทิน ยืนยันว่าจะดูแลการใช้เงินกู้อย่างเข้มงวดเต็มที่ เงินจะถูกส่งตรงไปยังประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนค่าครองชีพ และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะดีจะร้าย จะได้ผลหรือไม่ได้ผล ก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ก็หวังว่า ทุกอย่างจะออกมาในแนวทางที่ดี มีประโยชน์ และรับรองไม่มีรั่วไหลแม้แต่สตางค์เดียวขณะที่ฝ่ายค้าน พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ท้วงติงเรื่องการออก พ.ร.ก.กู้เงินมาตั้งแต่ต้น โดยมองว่า เหตุผลในการออก พ.ร.ก.กู้เงินของรัฐบาล โดยเฉพาะในส่วนเงินกู้ 2 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการปรับโครงสร้างเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงาน ไม่ใช่เรื่องฉุกเฉิน จำเป็นเร่งด่วน ตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญจึงยื่นคำร้องเสนอประธานสภาฯ เพื่อส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยการออก พ.ร.ก.เงินกู้ของรัฐบาล เพื่อใช้ปรับโครงสร้าง เปลี่ยนผ่านการใช้พลังงาน ไม่เข้าข่ายจำเป็นเร่งด่วน ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 หรือไม่ ซึ่งเป็นการยื่นคำร้อง ก่อนที่สภาจะพิจารณาให้ความเห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน วันที่ 14 พ.ค.นี้ทั้งนี้ ถึงแม้ พ.ร.ก.กู้เงิน มีผลบังคับใช้แล้ว แต่ข้อกำหนดในการออก พ.ร.ก.ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาด้วย ซึ่งจากเสียงข้างมากของ สส.รัฐบาล และ สว.สีน้ำเงิน พ.ร.ก.กู้เงินคงผ่านได้ฉลุย แต่เมื่อฝ่ายค้านส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ หากศาลฯรับคำร้องไว้พิจารณา จะมีกรอบเวลาในการไต่สวน และวินิจฉัย ภายใน 60 วันการถ่วงดุลจึงไปอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ หากศาลเห็นว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงิน อยู่บนหลักการมาตรา 172 สั่งยกคำร้องฝ่ายค้าน พ.ร.ก.กู้เงินก็มีผลบังคับใช้ต่อไป แต่หากศาลชี้ว่าไม่เข้าข่ายหลักแห่งความจำเป็นเร่งด่วน ก็จะมีผลให้ พ.ร.ก.กู้เงินเป็นโมฆะ ซึ่งจะเป็นบรรทัดฐานในการใช้อำนาจออก พ.ร.ก. กู้เงิน ในภาวะวิกฤติของทุกรัฐบาล.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม