ราบรื่น ไม่มีสะดุด ผลโหวตไม่มีเซอร์ไพรส์ พรรคร่วมรัฐบาลเทเสียงท่วมท้น 293 คะแนน ส่ง “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คัมแบ็กอำนาจ นั่งนายกฯสมัยสอง หักลบคะแนนงดออกเสียงของประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงตัวนายอนุทินเองแล้ว แต้มยังทะลุเป้า มีเสียงพรรคไทรวมพลัง บวกให้อีก 6 คน แม้ไม่มีเทียบเชิญให้ร่วมรัฐบาลแนวโน้มเสถียรภาพรัฐบาลแน่นปึ้ก มีแต่เพิ่ม ไม่มีลดตรงกันข้ามกับสถานการณ์ฝ่ายค้านที่ออกอาการแกว่งทั้งจำนวนเสียงและประสิทธิภาพการทำงานพรรคประชาชนขานชื่อ “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นนายกฯ แต่พรรคกล้าธรรมกับพรรคประชาธิปัตย์กลับงดออกเสียงดื้อๆทิศทางฝ่ายค้านไร้เอกภาพ เสียงแตกโหวตไปคนละทางไม่พอ ยังเกิดปรากฏการณ์งูเห่าไปเพิ่มคะแนนให้ “นายกฯหนู” อีกบิ๊กเซอร์ไพรส์งูเห่าสีส้ม สุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี พรรคประชาชน แหกมติพรรค ขานชื่อ “อนุทิน” เป็นผู้นำ ตบหน้าพรรคตัวเองกลางห้องประชุมสภาฯข่าวลือก่อนคืนวันโหวตกลายเป็นของจริง แม้พรรคส้มจะระแคะระคายพฤติกรรมแต่ไม่คิดว่าจะกล้าทำฝ่ายค้านออกลูกเป๋ติดๆ ตั้งแต่วันเลือกประธานสภาฯยันวันโหวตนายกฯ 2 บิ๊กแมตช์ที่ผลโหวตไม่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ลงมติแบบตัวใครตัวมัน ขาดการประสานงานหัวขบวนอย่างพรรคประชาชนยังเมาหมัด หลังแพ้เลือกตั้ง ล่าสุดก็มีงูเห่าโผล่ประจานระบบบริหารจัดการภายในพรรค ไม่สามารถควบคุมลูกทีมได้ ยังไม่รู้จะมีงูเห่าตัวอื่นๆชูคอตามมาหรือไม่ค่ายส้มออกอาการเสียศูนย์หนัก ยังกลับมาตั้งหลักไม่ได้พรรคประชาธิปัตย์ของ “หัวหน้ามาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค สภาพลึกๆภายใน แยกเป็นกลุ่ม ก๊วน มีพวกอาหวัง ฝันอยากเป็นรัฐบาล ไม่รู้จะออกลูกออมมือหรือไม่ขณะที่พรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค ยังช็อกไม่หายวืดร่วมรัฐบาล คอยออกลีลาทอดสะพาน เผื่อจะถูกเรียกกลับไปใช้งาน เป็นพรรคร่วมรัฐบาลในอนาคตสไตล์การทำงานฝ่ายค้านแต่ละพรรคเหมือนปลาคนละน้ำ ทั้งอุดมการณ์และเป้าหมายทางการเมืองไปคนละทิศทางส่อจูนเครื่องกันลำบาก ลดทอนประสิทธิภาพการตรวจสอบรัฐบาลสีน้ำเงินที่กำลังสยายปีก คุมสภานิติบัญญัติ วุฒิสภา และถือครองอำนาจบริหารประเมินสภาพหน้างาน ประชาชนฝากความหวังลำบากต่อการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ในยามที่รัฐบาลมีภูมิต้านทานแข็งโป๊กทางการเมือง กินรวบทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารการตรวจสอบผ่านกลไกสภา อาทิ การคัดค้านกฎหมาย การตั้งกรรมาธิการตรวจสอบ หรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝากผีฝากไข้ไม่ได้ เพราะไม่สามารถควบคุมเสียงให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้หนำซ้ำอาจมีงูเห่าพร้อมโผล่มาช่วยโหวตสวนในสถานการณ์คับขัน ไม่มีพลังเพียงพอ สร้างความกดดันในการตรวจสอบ เพื่อให้รัฐบาลปรับปรุงการทำงานได้ไปๆมาๆอาจต้องคอยหวาดระแวงจากภาวะความไม่ไว้วางใจกันเอง กลัวข้อมูลรั่วไหลไปถึงรัฐบาลการตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลอย่างเข้มแข็งหายไป เปิดช่องฝ่ายบริหารมีอำนาจเบ็ดเสร็จมากขึ้นบ่อเกิดให้รัฐบาลย่ามใจ ผลสืบเนื่องระบบคานอำนาจลดความเข้มข้นตามแต้มต่อสูงลิ่วของรัฐบาลขณะนี้ คุมเกมเสียง สส. สว. ขณะที่คดีชนักปักหลังสำคัญ กรณีฮั้ว สว.จ่อได้รับการฟอกขาวจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ้นมลทินยกโขยงเหลือแค่รอลุ้นคิวศาลรัฐธรรมนูญที่รับคำร้องคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะด่านนิติสงครามถูกทยอยถอดสลัก เอื้อการนับหนึ่งทำงานรัฐบาล “นายกฯหนู” เฟสสองราบรื่นบทพิสูจน์ฝีมือการทำงานของจริงในการฝ่าด่านวิกฤติเร่งด่วน ปัญหาพลังงานโลก ต้องเร่งแก้ปัญหาทั้งราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นเรื่องปากท้องรอไม่ได้ตามอารมณ์และความคาดหวังคนที่สะสมมานาน มีอำนาจเหนือเสียงฝ่ายค้าน เพราะเป็นการบริหารความรู้สึกสังคมที่ควบคุมยากกว่าบริหารอำนาจการเมืองโจทย์หินที่ต้องทำให้เห็นผลลัพธ์ทันที ต่อให้กุมเสียงข้างมากในสภาก็อย่าย่ามใจเสียงประชาชน!!!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม