จัดให้มีการเลือกตั้งด้วยงบประมาณแผ่นดินที่สูงถึง 7,900 ล้านบาท แต่การบริหารจัดการผิดพลาดมากมายตั้งแต่เรื่องเล็กๆน้อยๆไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆอย่างการทุจริตของเจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งที่เอาบัตรออกมากาเอง 14 ใบเพื่อจะใส่กล่องเองเหมือนปี 2500 ซึ่งมีการโกงการเลือกตั้งกันขนานใหญ่ จนคนไทยสมัยนั้นตั้งฉายาให้ว่ามี “ไพ่ไฟ” จำนวนมากไปจนถึงการทำให้เกิดข้อครหา และความไม่เชื่อมั่นรุนแรงจากประชาชนว่า การเลือกตั้งคราวนี้มีการทุจริตที่ใช้สารพัดวิธีไม่ใช่แค่ “บัตรเขย่ง” ซึ่งหมายความว่า จำนวนบัตรเลือกตั้ง มีมากกว่าจำนวนคนไปใช้สิทธิทั้งยังเชื่อด้วยว่าอาจจะมีการจ่ายเงินซื้อยกหน่วย เลยไปจนถึงการที่ถูกนักข่าวจับได้ว่า บัตรเลือกตั้งทั้งสองแบบทั้งสีเขียวและสีชมพู มีทั้ง QR Code และบาร์โค้ด ซึ่งที่สุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยอมรับว่า ทำไว้เป็นดาต้าที่สามารถย้อนกลับไปหาต้นขั้วหรือผู้ลงคะแนนเสียงนั้นๆได้ แต่ไม่ได้พูดถึงการเก็บความลับหรือความปลอดภัยทางไซเบอร์จึงมีการถกเถียงกันกว้างขวางไปอีกว่า ถ้าเช่นนี้แล้ว การรับบัตรไปกาให้ผู้สมัคร และพรรคใดก็ไม่เป็นความลับน่ะซี เพราะคนอื่นรู้ได้ว่า เรากากบาทให้ใคร เหมือนตอนจัดการเลือกตั้งที่เปิดด้านหลังคนไปใช้สิทธิ ซึ่งสามารถใช้กล้องซูมดีๆก็จะเห็นว่า กาให้ใคร ทำให้ศาลพิพากษาให้การเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ เพราะไม่เป็นการปิดลับนั่นเองมีผู้วิเคราะห์กันมากว่า เรื่องของบาร์โค้ดที่ว่านี้ จัดว่าแรงมาก เพราะใครถือข้อมูลชุดนี้ สามารถจะวางแผนการเลือกตั้งครั้งหน้าได้ในทุกมิติบางคนที่อยู่ในแวดวงทางวิชาการ แสดงความเห็นตรงๆว่า หากใครได้ข้อมูลชุดนี้ไป อาจไม่แพ้เลือกตั้งอีกหลายสมัยเลย เพราะรู้ละเอียดว่า ตรงไหนเจาะเข้าไม่เข้าอย่างไรนักวิชาการในสถาบันการศึกษาดัง ผู้ใช้นามแฝงกัปตันคนเนิร์ด ให้ความเห็นในโพสต์ FB ของเขาว่า มันก็แค่ “บาร์โค้ด” แต่มันทำอะไรเลวๆได้เยอะมากเลยนะ1.เอาไปตรวจสอบว่า คนไหนรับเงินแล้วไม่ไปกา ทีนี้แหละจะข่มขู่จนบอกอะไรก็หลักฐานพิงหลัง แล้วก็จะทำให้คนอื่นกลัวไปด้วย การซื้อเสียงก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น2.เอามาวิเคราะห์ว่า เขตไหนยังไม่เลือกคนของเราบ้าง ก็แอบปันโครงการภาครัฐ ที่จริงๆควรจะอยู่เขตอื่นมาเขตนั้นก็เพื่อเอาใจเป็นพิเศษ...ทั้งๆที่เขตอื่นอาจจะมีความจำเป็นมากกว่า ส่วนพวกเขตที่เป็นของตายอยู่แล้ว ก็ปล่อยแห้งไป เพราะยังไงเขาก็เลือกเราอยู่ดี3.เป็นข้อมูลประกอบการซื้อเสียงรอบหน้าว่า เขตไหน ควรจ่ายเท่าไหร่ และคำนวณหาจุดที่เงินทำเสียงได้มากที่สุดด้วย4.เอาไว้คำนวณการแบ่งเขตใหม่ เราจะเห็นว่า กกต.แบ่งเขตใหม่อยู่ตลอด ถ้ามีข้อมูลชุดนี้ การแบ่งเขตก็ทำให้สบายเลย คัดตรงเขตที่คะแนนเยอะๆมาโปะๆสบายนักวิชาการคนเดียวกันสรุปว่า ถ้าคนทำสิ่งนี้ไม่ได้คิดจะโกงก็คือโง่มาก โง่แบบ โค-ตรโง่...จะใส่สิ่งที่อาจล้มการเลือกตั้งได้มาทำไม ถ้าไม่ได้คิดจะโกงบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดจะส่งผลให้เกิดเรื่องราวต่างๆย้อนกลับมาที่ประชาชนผู้ใช้สิทธิจริงหรือไม่ อย่างไร เป็นเรื่องที่ กกต.ควรอธิบายให้ชัด!!มิสไฟน์คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม