คำตัดสินจบ แต่กองเชียร์ไม่จบ โหมดเกรี้ยวกราดกองเชียร์พรรคประชาชนไม่ยอมรับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเอกฉันท์สั่งไม่นับคะแนนใหม่ การเลือกตั้ง สส.เขต 1 จ.ชลบุรี ตีตกข้อสงสัยทั้งปมการจัดเก็บหีบบัตรไม่รัดกุม เอกสารใบนับคะแนนอยู่ในถังขยะ ยังไม่ปรากฏหลักฐานควรเชื่อได้ว่า การนับคะแนนมิได้เป็นไปโดยไม่ถูกต้องขณะที่ตัวคนร้องเรียนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุผิดปกติ แต่รับฟังมาจากข้อมูลทางโซเชียล เป็นพยานบอกเล่าที่ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ จึงไม่มีเหตุสั่งให้นับคะแนนใหม่ เห็นควรให้ยุติเรื่องรีบตั้งโต๊ะชี้แจงข้อเท็จจริง ตัดวงจรความขัดแย้ง สกัดวัตถุไวไฟ ห้ามจุดติดลุกลามเป็นไฟลามทุ่ง แห่ขอนับคะแนนใหม่ ขยายวงไปจังหวัดอื่นๆระดับที่เบอร์หนึ่ง ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ออกหน้าการันตีด้วยตัวเอง ผลสอบไร้หลักฐานบ่งชี้มีความผิดพลาดในการนับคะแนน ยืนกรานไม่เอาเกียรติยศชื่อเสียงตัวเองไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้กอดหลักการกฎหมายหนักแน่น รักษาความศักดิ์สิทธิ์กระบวนการนับคะแนน ไม่ให้ใช้กำลังมวลชนมาสร้างอุปาทานหมู่กดดันให้มีการนับแต้มใหม่ได้ง่ายๆเต็มที่ก็แค่สั่งให้หย่อนบัตรเลือกตั้งใหม่แบบยิบย่อยใน 3 หน่วยเลือกตั้งของ กทม. น่าน อุดรธานี และนับแต้มใหม่ที่ เขต 7 จ.ปทุมธานี หลังเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยไปนับคะแนนใหม่กันเองโดยพลการ ไม่ผ่านมติ กกต.เจาะรูระบายลดองศาเดือด โดยใช้วิธีเลือกตั้งใหม่เป็นจุดๆ เฉพาะหน่วยเลือกตั้งที่เจอปัญหาชัดเจน7 เสือ กกต. รีบตัดตอนการเลือกตั้งเขต 1 จ.ชลบุรี ไม่ให้เกิดปรากฏการณ์ล้มผลเลือกตั้งเป็นโดมิโนแต่ในทางตรงข้ามก็เสี่ยงราดน้ำมันเข้ากองไฟ ปลุกพายุอารมณ์ประชาชนให้รุนแรงขึ้นตามหัวเชื้อชั้นดีที่ กกต.แจ้งดำเนินคดีกลุ่มแกนนำมวลชนที่ออกมาตั้งข้อสงสัยความไม่โปร่งใสการนับคะแนน เขต 1 จ.ชลบุรี ข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และเอาไปซึ่งเอกสารของผู้อื่น เสี่ยงปลุกแรงต้านหนักขึ้น จากเดิมที่ กกต.ก็ไม่ค่อยมีภูมิต้านทานด้านความเชื่อมั่นอยู่แล้วกกต.เติมฟืนเข้ากองไฟ ส่อลากสถานการณ์บานปลายมากกว่าทำให้เหตุการณ์สงบเขย่าอารมณ์มวลชนจากเดิมที่แค่ตั้งข้อสงสัย เปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น ใช้การดำเนินคดีมาปิดปาก เพื่อปกปิดความผิดพลาดล่าสุดก็มีหัวเชื้ออันตรายลูกใหม่ ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส.เขตและ สส.บัญชีรายชื่อแต่ละใบที่อาจใช้เชื่อมโยงตรวจสอบไปยังต้นขั้วบัตรเลือกตั้งได้ว่า ผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนให้ใครและพรรคใดเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ เสี่ยงการเลือกตั้งโดนล้มโต๊ะ กลายเป็นโมฆะทั้งประเทศ เพราะข้อมูลกาบัตรไม่ปิดเป็นความลับอาจซ้ำรอยการเลือกตั้งปี 2549 ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยให้เป็นโมฆะเพราะ กกต.หันคูหากาบัตรผิดทิศผิดทาง สามารถเห็นการลงคะแนนได้ ทำให้ข้อมูลกาบัตรไม่เป็นความลับแม้ กกต.จะยืนยันข้อมูลตัวเลขในบาร์โค้ด เป็นแค่มาตรฐานความปลอดภัย ป้องกันการปลอมบัตรเลือกตั้ง มีไว้ใช้ตรวจเช็กว่าเป็นบัตรเลือกตั้งของหน่วยหรือเขตใด ไม่สามารถระบุตัวตนได้ว่า เป็นบัตรของใคร แต่ปั่นกระแสจิตตกให้ประชาชนเพราะข้อมูลกาบัตรรั่วไหลความเชื่อมั่น กกต.ร่วงระเนระนาด เจองานเข้าต่อเนื่อง เรื่องเก่าไม่ทันซาก็มีเรื่องใหม่เข้ามาแทรกเข้าทางพรรคประชาชน ตั้งแท่นรวบรวมข้อมูลยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญใช้วินิจฉัยชี้ขาด จะสั่งการให้การเลือกตั้งปี 2569 เป็นโมฆะหรือไม่บทถนัดค่ายส้มฉวยจังหวะความคลุมเครือ ปลุกพลังเด็กรุ่นใหม่เคลื่อนไหว หวังผลให้เซ็ตซีโร่จากที่พ่ายแพ้เลือกตั้งยับ กลับมาเริ่มต้นแข่งขันใหม่จังหวะหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หาก กกต.ไม่สามารถชี้แจงประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรลงคะแนนให้สิ้นข้อสงสัยได้ อุณหภูมิการเมืองส่อทวีความเข้มข้นร้อนแรงเพิ่มขึ้นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจพลิกผันผลเลือกตั้งจำเป็นที่ กกต.ต้องสร้างความเชื่อมั่น เคลียร์ปมปัญหาให้เกิดความชัดเจน ไม่ให้ปมบาร์โค้ดจุดติดมาล้มกระดานเลือกตั้งพาลสะดุ้งไปถึงดีลตั้งรัฐบาลผสมสีธงไตรรงค์ของ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ต้องเร่งปิดจ๊อบการตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุดกดดันให้ กกต.รีบรับรองผลเลือกตั้งให้ครบ 95% เร่งเปิดสภาฯ โหวตนายกฯคนใหม่ชิงอำนาจคุมเกมตั้งรัฐบาล ปิดกระดานล้มเลือกตั้งเป็นโมฆะ!!!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม