กกต.ลุยไฟ ไม่สั่งนับคะแนนใหม่เขต 1 ชลบุรี หลังผลสอบไร้หลักฐานบ่งชี้มีความผิดพลาดในการนับคะแนน มีแต่คำกล่าวอ้าง ยันโรงยิมไม่มีถังขยะ มีแต่เอกสารเลือกตั้งรอดำเนินการตามขั้นตอน ย้ำว่าเป็นเอกสารที่ไม่ได้ทิ้ง พร้อมสั่งนับคะแนนใหม่ที่ มทร.ธัญบุรี พร้อมสั่งออกเสียงใหม่ใน 3 หน่วย ใน 3 จังหวัด ขณะที่ กกต.โดนปลาร้ารอบ 2 ชายสูงวัยคนเดิมสุดทน เลือกตั้ง 69 นับคะแนนวุ่นวาย กำเงิน 100 บาท ซื้อปลาร้าปาใส่กำแพงส่งกลิ่นเหม็นหึ่ง มือปาปลาร้าดิบเผยปาให้สมเป็นองค์กรเน่าเหม็น ซัด “แสวง บุญมี” พึ่งพาไม่ได้ก็ลาออกไป ขณะสนธิญากำลังยืนแถลงข่าว ด้าน “สนธิญา” รอดกลิ่นปลาร้าหวุดหวิด ระหว่างรอยื่น กกต.ค้านเปิดนับคะแนนใหม่ จี้พรรคการเมืองอย่าหลบหลังม็อบ ก่อนเจอลุงบุกเถียงข้อกฎหมาย ด้าน 4 แกนนำมวลชนที่ชลบุรีถูก ผอ.กกต.เขต 1 ชลบุรี แจ้งดำเนินคดีแล้วกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ ไม่ให้มี การนับคะแนนผลการเลือกตั้งใหม่ของ จ.ชลบุรี อ้างไม่พบความผิดปกติ ภายหลังคนไทยทั้งประเทศเฝ้าจับตาดูว่า กกต. จะหาทางออกอย่างไรเกี่ยวกับปัญหาการเลือกตั้ง สส.ทั่วประเทศ ที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 8 ก.พ. และประชาชนพบว่ามีความไม่โปร่งใสอย่างมาก รวมทั้งมีการทุจริตในรูปแบบต่างๆ นานา อย่างเห็นได้ชัด พร้อมเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ ขณะที่สถานการณ์ที่ จ.ชลบุรี ยังตึงเครียด กลุ่มมวลชนที่เรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ ยังปักหลักเฝ้าหีบบัตรคะแนนเลือกตั้ง สส.เขต 1 จ.ชลบุรี อย่างเหนียวแน่น ด้าน ผอ.กกต.เขต 1 ชลบุรี แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มแกนนำมวลชนแล้วเลือกตั้งใหม่ กทม. 1 หน่วยที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อเวลา 17.20 น.วันที่ 12 ก.พ.นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.และว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไปปี 2569 และการออกเสียงประชามติ ที่มีการประชุมมาตั้งแต่เวลา 10.00 น. ว่า ที่ประชุม กกต.สั่งให้มีการลงคะแนนใหม่ ที่แรก กทม. เขตคันนายาว เขตเลือกตั้งที่ 15 หน่วยเลือกตั้งที่ 9 แขวงคันนายาว เนื่องจากมีเหตุพายุฝนฟ้าตกทำให้บัตรเลือกตั้งและแบบขีดคะแนนชำรุดเสียหาย และ กกต.ยังมีมติ สั่งให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ ทั้ง สส.แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงการลงประชามติ ในวันที่ 22 ก.พ.2569น่านฉีกบัตรเลือกใหม่จังหวัดที่ 2 คือ จ.น่าน เขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมือง น่าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ต.ไชยสถาน กรณี กปน.ประกาศงดการนับคะแนน หลังพบ กปน. ฉีกบัตรเลือกตั้งจำนวน 69 ใบ คร่อมกับหมายเลขผู้สมัคร ทำให้ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเป็นบัตรดีหรือบัตรเสีย จึงประกาศงดนับคะแนนและการรายงานต่อ กกต.เขตและเสนอต่อ กกต.สั่งให้มีการลงคะแนนใหม่ ในการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต ในเขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองน่าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ต.ไชยสถาน ในวันที่ 22 ก.พ.2569 พร้อมเปลี่ยนแปลง กปน.ชุดใหม่ของ จ.อุดรธานี กรณี กปน. ฉีกบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ คร่อมหมายเลขของพรรคการเมือง กรณีนี้ กปน.ตรวจสอบพบระหว่างการนับคะแนน จึงประกาศงดการนับคะแนน และรายงาน กกต.เขตเพื่อเสนอ กกต. ให้สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ กกต.จึงสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ในการเลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในเขตเลือกตั้งที่ 6 อ.ไชยวาน หน่วยเลือกตั้งที่ 4 วันที่ 22 ก.พ.2569 พร้อมเปลี่ยนแปลง กปน. ชุดใหม่มหาสารคามไม่มีทุจริตส่วนที่ จ.มหาสารคามในเขตเลือกตั้งที่ 1 กรณีมีการทักท้วงเรื่องป้ายรวมคะแนน ติดตั้งบริเวณศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองมหาสารคาม เนื่องจากผลคะแนนของผู้สมัครบางคนมีความคลาดเคลื่อน กกต.เขตได้ตรวจสอบรายงานผลการนับคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้ง พบมีผลคะแนนของหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ต.ท่าสองคอน ไม่ได้นำมารวมเป็นคะแนนแก่ผู้สมัคร เมื่อตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องแล้ว มีการแก้ไขป้ายรวมคะแนนหน้าศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งให้รับทราบ กรณีนี้ กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องนี้ไม่เป็นเหตุให้ต้องสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมหรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้องนับคะแนนใหม่ เขต 7 ปทุมธานีกกต.แถลงอีกว่า กรณีที่ 5 จังหวัดปทุมธานี เขตเลือกตั้งที่ 7 ซึ่งมีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้น แต่กระบวนการในการนับคะแนน โดยรอบแรกน้องๆ นักศึกษาได้ทักท้วงคัดค้านว่าการนับคะแนนไม่ สามารถสังเกตการนับคะแนนได้ชัดเจน เนื่องจากนับในบริเวณอาคาร เมื่อ กกต.จังหวัด และ กกต.เขตรับทราบ มีการสั่งให้นับคะแนนใหม่โดยแต่งตั้งกรรมการ ประกอบไปด้วยน้องนักศึกษาดำเนินการนับคะแนน ทั้ง 2 รอบนี้ไม่ทำให้ผลการนับคะแนนเปลี่ยนแปลงไป เพียงแต่การสั่งให้นับคะแนนใหม่ เป็นอำนาจของ กกต.ใหญ่ ดังนั้น กกต.จึงอาศัยมาตรา 124 แห่ง พ.ร.ป. สส. สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ นอกเขต นอกราชอาณาจักร ของเขตเลือกตั้งที่ 7 บริเวณ มทร.ธัญบุรี วันที่ 22 ก.พ.2569ชลบุรี เขต 1 ไม่นับคะแนนใหม่กกต.ยังแถลงถึงกรณีจังหวัดชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองชลบุรี หลังเสร็จสิ้นการนับคะแนน มีมวลชนบางส่วนเข้ามาสังเกตการณ์บริเวณสถานที่ยุบรวมหีบบัตร บริเวณโรงยิมของเขตเลือกตั้งที่ 1 เป็นขั้นตอนการยุบรวมหีบบัตร หลังแต่ละหน่วยนับคะแนนเสร็จสิ้นและส่งผลการนับคะแนนพร้อมหีบบัตรเลือกตั้งมายังสถานที่ที่ กกต.เขตกำหนด เมื่อตรวจรับทุกอย่างครบถ้วน กระบวนการต่อไป กกต.เขตจะต้องยุบรวมหีบบัตร จะมีการตัดสายรัดนำเอกสาร ถุงบรรจุบัตรที่ผ่านการนับคะแนนมารวมกันให้ได้มากที่สุดในแต่ละหีบ เพื่อให้เหลือจำนวนหีบที่น้อยที่สุด รวมถึงคัดแยกเอกสารต่างๆ รวบรวมทุกอย่าง นำไปส่ง ผอ.กกต.จังหวัด แต่เกิดเหตุไม่เข้าใจกันขึ้น มีผู้ไปรวมตัวกันที่สถานที่ยุบรวมหีบบัตร แล้วเสนอขอให้มีการสั่งนับคะแนนใหม่ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดจึงสรุปได้ว่า ยังไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง จึงไม่มีเหตุที่จะสั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ และเห็นควรยุติเรื่องผู้ชุมนุมหลั่งน้ำตาไม่พอใจ กกต.ทางด้านบรรยากาศ ที่โรงยิมเทศบาลเมืองชลบุรี บริเวณสนามแบดมินตัน ต.บางปลาสร้อย อ.เมืองชลบุรี กลุ่มผู้ชุมนุมที่ยังปักหลักอยู่กว่า 100 คน ต่างตั้งใจฟังการแถลงข่าวของ กกต.กลาง ทางโทรทัศน์ที่กลุ่มผู้ชุมนุมตั้งไว้และใช้ไมค์ต่อเสียงออกมา ทั้งมีผู้ชุมนุมดูจากโทรศัพท์มือถือ หลัง กกต.กลางแถลงข่าวจบและมีมติว่าการเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขต 1 ไม่มีการนับคะแนนใหม่ ต่างโห่ร้องและส่งเสียงด่า กกต.แสดงความไม่พอใจ มีหญิงรุ่นใหญ่คนหนึ่งถึงกับหลั่งน้ำตาร้องไห้ออกมา ขณะที่แกนนำมวลชนได้พูดใส่ไมโครโฟนว่า ไม่พอใจ กกต.กลางที่ไม่ให้นับคะแนนใหม่ ขอยืนยันว่ามีหลักฐานทั้งหมดตั้งแต่วันแรกและเก็บไว้อย่างดี ยืนยันว่าการเลือกตั้งและการนับคะแนน ไม่โปร่งใสแน่นอน พร้อมเอาหลักฐานที่มีถังขยะข้างโรงยิมโชว์ให้สื่อมวลชนดูและยืนยันจะไม่กลับเด็ดขาด พร้อมได้แจ้งความเอาผิด ผอ.การเลือกตั้งเขต 1 และ กกต.จ.ชลบุรี ด้วยโดยไม่มีเหตุรุนแรงแต่อย่างใด ต่อมานายวรจักร สถาพรภิญโญ นอภ.เมืองชลบุรี พร้อม พ.ต.ท.สิริบัญชา ขวัญเมือง รอง ผกก.ป. สภ.เมืองชลบุรี ได้เชิญตัวแทนผู้ชุมนุมพร้อมทนายความ ไปพูดคุยหาทางออกที่ด้านหลังโรงยิมยันไฟดับจริงแต่ดับที่นนทบุรีเวลา 17.20 น. นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.แถลงผลสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีมีการชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้มีการนับคะแนนการเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองชลบุรี ใหม่ว่า จากการไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พบมีผู้ยื่นคำร้องเพียง 10 ราย มี 3 ประเด็นที่ตั้งเอาไว้ มีผู้มาให้ถ้อยคำ 6 คน และทั้ง 6 คนระบุว่าไม่ได้เห็นเหตุการณ์ด้วยตัวเอง ประเด็นแรก 1.เรื่องไฟดับในที่ลงคะแนนเลือกตั้ง ผู้ที่ร้องอ้างคลิปมีไฟดับแล้วยังมีพัดลมหมุน แต่เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดที่ จ.ชลบุรี เกิดที่ จ.นนทบุรี สอบถามการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่า เขตเลือกตั้งที่ 1 มีไฟฟ้าดับหรือไม่ ได้รับการยืนยันว่ามีไฟฟ้าดับ 4 หน่วยคือหน่วย 36, 37, 38, 39 ต.แสนสุข ดับไป 40 นาที แต่หน่วยที่ 37, 38, 39 นับคะแนนเสร็จเรียบร้อยแล้วไม่ได้รับผลกระทบ มีเพียงหน่วย 36 ที่นับคะแนนไม่เสร็จ และ กปน.หยุดนับคะแนน รอไฟฟ้ากลับมา 40 นาที แล้วนับใหม่ด้วยความเรียบร้อย ไม่มีผู้ทักท้วงค้านไม่ให้นับคะแนนใหม่ชลบุรีก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน นาย สนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เข้ายื่นหนังสือคัดค้านไม่ให้มีการนับคะแนนใหม่ที่เขต 1 จังหวัดชลบุรีและทั่วประเทศ พร้อมกับขอให้ กกต.ดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทั้งหมด ต่อรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ในส่วนพรรคการเมืองถ้าจะเรียกร้อง ขอให้แสดงตนที่ชัดเจนถึงจุดประสงค์ของการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ ไม่เห็นด้วยกับวิธีนอกระบบ ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมประท้วง หรืออะไรที่ทำให้สถานการณ์แพร่กระจายไปทั่วประเทศ และทำให้เกิดความล่าช้า ความไม่สงบเรียบร้อยกับการเลือกตั้ง แม้เขตที่ตนมีส่วนเกี่ยวข้องก็ไม่ได้ไปร้องให้มีการนับใหม่ ขอให้ กกต.วินิจฉัยกรณีเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี โดยยึดหลักกฎหมาย อย่ากลัวว่าจะมีการชุมนุม ที่มายื่นเรื่องวันนี้ ใช้สิทธิในฐานะประชาชน ไม่ได้อยู่ข้างพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่ได้ดีใจที่ในเหตุการณ์มีคนถูกจับถูกดำเนินคดี ประเทศต้องเดินและอยู่บนพื้นฐานกระบวนการกฎหมายเจอลุง 70 ปาปลาร้าดิบใส่ขณะที่นายสนธิญายืนรอเข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. ปรากฏว่ามีคนขว้างถุงพลาสติกมากระทบผนังห้องเสียงดังปัง ตรงจุดที่นายสนธิญายืนให้สัมภาษณ์ สร้างความแตกตื่นแก่ผู้อยู่ในบริเวณนั้น ต่อมาพบชายสูงอายุสวมชุดกีฬาสีขาวถือไม้เทนนิส เป็นผู้ปาถุงดังกล่าวซึ่งเป็นถุงใส่ปลาร้าดิบ จนหล่นแตกกระจายตามพื้นและกระเด็นไปติดเพดานห้อง ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งทั่วบริเวณ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาควบคุมตัวออกไป การตรวจสอบพบว่าชายคนดังกล่าวคือ นายเทวา ศรีตะวัน อายุ 70 ปี อดีตโค้ชเทนนิส ก่อนหน้านี้เคยมาปาปลาร้าดิบแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 20 ก.ค.2566 ครั้งนั้นระบุสาเหตุว่า เพราะจัดการเลือกตั้งได้สกปรก ถ้าสิ่งที่ทำผิดกฎหมายก็ขอให้แจ้งข้อกล่าวหามาเจ้าตัวเผยเหตุปาเพราะ กกต.เน่านายเทวากล่าวว่า ที่ทำอย่างนี้เพราะเมื่อวันที่ 11 ก.พ. ติดตามข่าวในโซเชียลมีเดียแล้วรู้สึกทนไม่ไหว เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วก็มีปัญหาบัตรเขย่ง มาครั้งนี้ก็เกิดปัญหาอีก กกต.ควรจะเป็นองค์กรที่เป็นที่พึ่งของประชาชน แต่ทำไมกลับทำให้เน่าเหม็น ไหนก็เน่าเหม็นแล้ว จึงนำเงินที่มีอยู่ 100 บาท ไปซื้อปลาร้าที่ตลาดมาปาใส่ กกต.จริงๆแล้ว อยากจะปาในสำนักงาน กกต. แต่กลัวจะเปื้อนคนอื่น จึงมาปาตรงที่นายสนธิญายืนอยู่ เมื่อถามว่า กกต.จะสั่งนับคะแนนใหม่ นายเทวากล่าวว่า ถ้าทำให้โปร่งใสก็ไม่ต้องนับใหม่ แต่นี่จังหวัดนั้นโผล่ จังหวัดนี้โผล่ ประชาชนเขามีตา ตาเป็นสับปะรด โตขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องมาบอกแล้ว เพราะหากนับคะแนนใหม่ก็ต้องเสียงบประมาณไปอีกไล่ “แสวง บุญมี” ลาออกไปเลยเมื่อถามว่ามีอะไรจะฝากถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. นายเทวากล่าวว่า ลาออกได้ก็ลาออกไปเลย พึ่งพาไม่ได้ก็อย่ามาเป็น เมื่อถามว่าทำแบบนี้รู้ผลที่จะได้รับใช่หรือไม่ นายเทวากล่าวว่า ไม่เป็นไร ลุงพร้อมอยู่แล้ว คราวที่แล้วก็โดนปรับ ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังให้มาทำ ลุงมาเองลุงอยู่ปากเกร็ดก็เดินมาที่ กกต. สำหรับนายเทวา เคยนำถุงปลาร้ามาปาที่ กกต.ครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2566 โดยปาที่หน้าห้องรับเรื่องร้องเรียนทำให้สำนักงาน กกต. ต้องปิดประตูฝั่งทางเข้าห้องรับเรื่องร้องเรียนและกำหนดให้เข้าประตูหน้าเพียงประตูเดียว เพื่อที่จะได้คัดกรองคนได้ แต่ปรากฏว่านายเทวาก็ยังเข้ามาภายในอาคารได้ถูกปรับ 500 บาทก่อนเผยเหตุปาปลาร้าหลังจากนั้น ตำรวจสายตรวจ 191 และตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ควบคุมตัวนายเทวามายัง สน.ทุ่งสองห้อง สอบปากคำดำเนินคดี โดยแจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ก่อนเปรียบเทียบเป็นเงิน 500 บาท มีผู้ไม่ประสงค์ออกนามเป็นผู้ชำระให้ นายเทวากล่าวว่า รู้สึกปกติไม่เครียด สาเหตุที่ทำเกิดจากความไม่พอใจการทำงานของ กกต. เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง ยืนยันว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่ออกมาแสดงออกเช่นนี้ ก่อนหน้านี้เคยไปเตือน กกต.แล้วครั้งหนึ่ง แต่เห็นว่ายังเกิดปัญหาซ้ำซากไม่มีการแก้ไข จึงตัดสินใจเดินทางจากบ้านที่ย่านเมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด ไปซื้อน้ำปลาร้าจากตลาดเมืองทองแล้วเดินเท้าไกลกว่า 7 กม. มายังสำนักงาน กกต. ก่อเหตุดังกล่าว ยืนยันว่าไม่มีผู้ใดอยู่เบื้องหลังและไม่เคยไปร่วมกิจกรรมทางการเมืองที่ใด สิ่งที่ทำตัดสินใจทำด้วยตนเองทั้งหมด ส่วนที่เลือกเป็นปลาร้า เพราะต้องการให้องค์กร กกต.เน่าเหม็นเหมือนปลาร้ากกต.แจงเหตุคะแนนราชบุรีวันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารชี้แจงกรณีปัญหาการรวมคะแนน สส.บัญชีรายชื่อ จ.ราชบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 2 ต.ห้วยยางโทน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ที่มีพรรคการเมืองหนึ่งได้คะแนน 90 คะแนน แต่บันทึกในแบบรายงานผลการนับคะแนน สส.บัญชีรายชื่อ (สส.5/18) จำนวน 0 คะแนน ว่า สำนักงาน กกต.ราชบุรี ได้ตรวจสอบแก้ไขผลคะแนนให้ถูกต้องตรงตามความจริงก่อนรายงานและบันทึกผลคะแนน พร้อมทั้งแจ้งผู้สมัครรับเลือกตั้งที่สังกัดพรรคประชาชนทราบแล้ว รวมทั้งเผยแพร่การรายงานการนับคะแนนเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อของจังหวัดราชบุรีแต่ละหน่วยเลือกตั้งให้ประชาชนทราบตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ข้อ 214 โดยตรวจสอบข้อมูลได้จากเว็บไซต์สำนักงาน กกต.ราชบุรีชลบุรีมวลชนเฝ้าหีบบัตรวันที่ 3ทางด้านสถานการณ์ที่ จ.ชลบุรี กลุ่มมวลชนที่เรียกร้องให้มีการนับคะแนนผลการเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขต 1 ใหม่ ยังปักหลักเฝ้าหีบบัตรคะแนนเลือกตั้ง สส.เขต 1 จ.ชลบุรี อยู่ที่สนามแบดมินตันเทศบาลเมืองชลบุรี ต.บางปลาสร้อย อย่างเหนียวแน่นตลอดคืนวันที่ 11 ก.พ. บางรายทนง่วงไม่ไหวพากันอาศัยนอนหลับบนโต๊ะข้างกำแพงอาคาร ส่วนผู้ที่ไม่ง่วงก็พากันจับกลุ่มรวมตัวพูดคุย รวมทั้งมีสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งมาปักหลักรอทำข่าว เนื่องจากเช้าวันที่ 12 ก.พ. มีข่าวว่า กกต.จะมาแถลงและกลุ่มผู้ประท้วงจะนิมนต์พระมาทำบุญนิมนต์พระใส่บาตรขณะที่ช่วงเช้ามีพระสงฆ์เดินมาบิณฑบาต ทำให้มีกลุ่มมวลชนส่วนหนึ่งพากันออกมาใส่บาตร ต่อมามีการนิมนต์พระ 9 รูป มาให้กลุ่มมวลชนได้ใส่บาตรเพื่อเป็นสิริมงคลและอุทิศบุญกุศลให้กับ กกต.หลังมีกระแสข่าวว่ากลุ่มมวลชนบางรายถูกแจ้งความดำเนินคดี หลังจากที่นายประยูร วัฒนศิริบรรจง ปลัดอำเภอเมืองชลบุรี ผอ.เลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ร่วมกันบุกรุก ขัดขวางการรับมอบหีบเลือกตั้ง จากหน่วยเลือกตั้ง ภายหลังปิดการลงคะแนน เมื่อวันที่ 8 ก.พ. มี น.ส.มนัสนนันท์ กรเกษม หรือเจ๊ตอง และ น.ส.กนกวรรณ สร้อยสม หรือเฟิร์น กับพวก ในความผิดฐานบุกรุกขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น อันน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนเหตุเกิดที่สนามแบดมินตันเทศบาลเมืองชลบุรี ต.บางปลาสร้อย อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรีกกต.ชลบุรียันแจ้งจับผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถาม พ.ต.อ.สมชาย ทิวงษา ผกก.สภ.เมืองชลบุรี กรณี ผอ.เขตการเลือกตั้งที่ 1 แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มแกนนำ ทราบว่า เบื้องต้น ยืนยันว่าได้มีการแจ้งความกับกลุ่มมวลชนจริง โดยเฉพาะที่ระบุชื่อ คือ น.ส.มนัสนันท์ กรเกษม อายุ 58 ปี และ น.ส.กนกวรรณ สร้อยสม ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทั้งระดับตำรวจภูธรเมืองชลบุรีและระดับตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เบื้องต้นจะนัดเรียกผู้ร้องกล่าวโทษมาสอบปากคำว่ามีพยานหลักฐานใดมาแสดง เพื่อจะได้เรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบปากคำตามคำร้องที่ถูกแจ้งความ ส่วนข้อมูลอื่นๆขอไม่เปิดเผยเนื่องจากเป็นความลับทางสำนวนของคดีแกนนำให้ทนายแจ้งกลับน.ส.กนกวรรณ สร้อยสม หรือน้องเฟิร์นแกนนำมวลชน เผยว่า มอบอำนาจให้ทีมทนายความไปแจ้งความโดยเร็วที่สุด หลังสืบพบว่าเหตุเกิดจากการที่เพจเพจหนึ่ง โพสต์ข้อความปลุกระดมประชาชนที่สงสัยเรื่องคะแนน ว่า มีการนับใหม่ที่เทศบาลส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณเทศบาลเมืองแสนสุข ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามเป็นวงกว้าง มีมวลชนรวมตัวจำนวนมากและเกิดเหตุปิดล้อมรถบรรทุกหีบบัตรเลือกตั้ง จนเหตุการณ์บานปลาย ต่อมามีการรวมตัวกันที่โรงยิม ชลบุรี เขต 1 เป็นการตามหาหีบเลือกตั้ง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผิดจะมีการดำเนินคดี ตนสงสัยว่าสื่อท้องถิ่นรายนี้ มีการเสนอข่าวระดมคนไปนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ เป็นข้อมูลเท็จ ไม่รู้ว่าสื่อทำงานให้ใครและจะดำเนินการฟ้องการนำข้อมูลอันเป็นเท็จ นำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ประชาชน สาธารณชน เกิดตื่นตกใจ ทำให้เกิดความขัดแย้ง4 แกนนำโร่พบ ตร.เวลา 15.00 น. น.ส.กนกวรรณ สร้อยสม หรือเฟิร์น อายุ 26 ปี น.ส.มนัสนันท์ กรเกษม หรือเจ๊ตอง อายุ 58 ปี น.ส.เบญจพร สุขสว่าง หรือน้ำฝน อายุ 29 ปี และนายเจษฎา เลาสุวรรณาหยก อายุ 38 ปี ที่ถูก ผอ.เขตการเลือกตั้งที่ 1 และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมครั้งนี้ เดินทางมาที่ สภ.เมืองชลบุรี แสดงตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังโดนแจ้งความดำเนินคดี ก่อนเปิดเผยกับสื่อมวลชนเกี่ยวกับประเด็นการถูกแจ้งความ ขณะเดียวกันได้แจ้งความกลับนายประยูร วัฒนศิริบรรจง ปลัดอำเภอเมืองชลบุรี ผอ.เลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 1 ชลบุรี มีนางคุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม จากศูนย์สภาทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน เข้ามาช่วยดูแลว่าความในคดีนี้และเผยว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดี พร้อมทั้งจะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ ในข้อหาแจ้งความเท็จ รวมถึงไปติดตามความคืบหน้าที่ก่อนหน้านี้ มีประชาชนในเขต 1 ชลบุรี แจ้งความเจ้าหน้าที่ในมาตรา 157 ไว้ ว่าถึงไหน ระหว่างคดีที่เจ้าหน้าที่ร้องประชาชน หรือประชาชนฟ้องรัฐอันไหน เร็วกว่ากันน้ำฝนให้พิสูจน์เจตนาด้าน น.ส.เบญจพรกล่าวยอมรับว่า เธอคือ หญิงสาวผมสีทองสวมเสื้อลิเวอร์พูลสีแดงที่ปรากฏภาพเข้าไปจับและเปิดหีบเลือกตั้ง จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ อาจเข้าข่ายทำผิดกฎหมายและถูกดำเนินคดี กล่าวว่า หากต้องถูกแจ้งความเอาผิดก็ยอมรับได้และหากต้องถูกดำเนินคดีจากการที่ออกมาเรียกร้องเพื่อสิทธิของประชาชนและกราบขออภัยประชาชนเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ที่ตัวเองไปเปิดหีบบัตร โดยยืนยันเจตนาว่าต้องการชี้ไปให้สื่อมวลชนเห็นว่า หีบไม่ได้ปิด ตามที่ กกต.แถลงข่าวโจมตีประชาชน ไม่ได้จะทำลาย ยืนยันไม่ใช่คนของพรรคประชาชน ไม่เคยรู้จักกับนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส่วนนายวรท เป็นผู้สมัคร สส. เขต 1 จึงรู้จักเพราะเคยเจอตอนหาเสียง รวมถึงชี้แจงเรื่องเสื้อ นับใหม่ OK นะ ก็มีร้านอพอลโลทำมาให้ ไม่ได้จัดทำกันเอง ทั้งหมดทําไปตามความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่อยากจะออกมาปกป้องสิทธิของตัวเอง ที่ใช้ในการเลือกตั้งเลือกผู้นําประเทศ พร้อมฝากขอโทษประชาชนบางส่วนที่พยายามตักเตือนเธอในวันนั้นแต่ไม่รับฟัง ยืนยันว่าไม่ได้อยากจะเด่นหรือดัง แต่เจตนาเป็นไปตามที่แจ้งไว้ อยากขอโทษที่ไม่ฟังคําเตือนทนายความยันไม่ผิด ก.ม.นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ชี้แจงว่า เรื่องนี้ได้รับการติดต่อจากตัวผู้ต้องหา ให้การช่วยเหลือทางคดี ตามกฎหมายการรวมตัวกันของบุคคลเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญที่สามารถทำได้ กลุ่มที่มาชุมนุมได้แจ้งตำรวจตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะแล้ว ตำรวจไม่ได้บอกว่าผิดกฎหมาย มีพยานหลักฐานยืนยันว่า การเฝ้าตรวจสอบคะแนนเสียงเป็นสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นสิทธิของประชาชน การติดตามคะแนนเลือกตั้ง นอกจากเป็นสิทธิตามกฎหมายแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งในหน้าที่ของพลเมืองไทย คนไทยมีหน้าที่พิทักษ์รักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ใช่แค่ใช้สิทธิแต่เป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแจงรายละเอียดโต้แย้งนายนรเศรษฐ์กล่าวอีกว่า การเข้าไปเปิดหีบเลือกตั้งจนถูกแจ้งความ ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ม. 104 กำหนดไว้ถ้าในกรณีที่มีการปิดหีบแล้ว ห้ามมิให้ผู้ใดเปิดทำลาย แต่ตัวกฎหมายแม่ ไม่ได้กำหนดคำว่าปิดไว้ว่านิยามอย่างไร จึงต้องไปดูระเบียบ กกต. ข้อที่ 180 กำหนดเรื่องการปิดหีบว่า การปิดหีบต้องปิดกล่อง เอากระดาษเทปกาวไปซีลบริเวณกล่อง ต้องนำสายรัดไปคล้องบริเวณนั้น ลงลายมือชื่อ ถึงเป็นการปิดหีบโดยชอบด้วยกฎหมาย จากภาพวิดีโอไลฟ์สดพบว่า กล่องยังไม่ได้ทำครบทุกขั้นตอน จึงยังไม่ได้มีการปิดหีบเลือกตั้งที่ถูกต้อง ดังนั้นความผิดเป็นของใครครับ ระหว่างเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบ กกต. หรือคนที่เดินเปิดให้ดูว่าหีบไม่ได้ถูกปิด ตามกฎหมายจึงถือว่าไม่ผิด ม.104 ตาม พ.ร.ป. เลือกตั้ง สส. ผู้ถูกกล่าวหามาแถลงข่าว ยืนยันและประกาศว่า อยู่ตรงนี้ไม่คิดหลบหนี ถ้าตำรวจจะดำเนินคดีออกหมายเรียกได้เลย ทุกคนพร้อมไปพบตำรวจ ไม่จำเป็นต้องออกหมายจับคนอุดรฯจี้คลิปซื้อเสียงอีกด้าน ที่ สนง.คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ จ.อุดรธานี (กกต.อุดรธานี) เช้าวันที่ 12 ก.พ. ชาวบ้านจาก ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ประมาณ 100 คน เดินทางมาติดตามผลการร้องเรียนกรณีคลิปซื้อเสียงในพื้นที่เขตการเลือกตั้งที่ 5 มี น.ส.สมิหรา เดชะอังกูร ผอ.กกต.อุดรธานี นำคณะมาต้อนรับและร่วมกันชี้แจงผลการดำเนินการ ก่อนเดินทางไป สนง.กกต.กลางที่กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งเอกสารผลการเลือกตั้งทั้งหมดของ จ.อุดรธานี และมอบหมายให้นายสายันต์ สายแก้ว รอง ผอ.กกต.อุดรธานี กับว่าที่ร้อยตรี ศุภวัชช บุญไชย พนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ กกต.อุดรธานี ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมกับชาวบ้าน มี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เข้ามาร่วมรับฟังและอำนวยความสะดวกในพื้นที่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่