หวังเลือกตั้งใหม่...แพ้-ชนะ เลือกตั้งนั้นมีผลในวงกว้าง ไม่ใช่แค่พรรคการเมืองเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อกองเชียร์อีกเพียบ จึงไม่แปลกที่มีความเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่เพิ่มขึ้นอีกหลายที่จุดประกายมาจากเขต 1 ชลบุรี ที่มีชาวบ้านไปชุมนุมเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ โดยนักการเมืองเริ่มทยอยเข้าพื้นที่เพื่อกดดันด้วย“สุชาติ ชมกลิ่น” จากพรรคภูมิใจไทย ชนะเลือกตั้งได้ 43,700 คะแนน ต่อ “วรท ศิริรักษ์” จากพรรคประชาชนที่ได้ 39,920 คะแนนพูดง่ายๆว่าชนะกันแค่ 5,000 กว่าคะแนนเท่านั้น!ที่เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาก็เพราะมีข้อพิรุธหลายอย่างเกิดขึ้น ทำให้น่าเชื่อว่ามีการทุจริตแน่ จึงเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ในตอนหลังดูเหมือนแกนนำพรรคประชาชนจะเข้าไปนำการเคลื่อนไหวเองในฐานะคู่แข่งขันจึงมีความชอบธรรมที่จะเรียกร้องได้กกต.ที่รับผิดชอบโดยตรงดูเหมือนจะเคลื่อนไหวช้ามาก กว่าจะประชุมได้ก็ทำให้เหตุการณ์ลุกลามไปแล้วผลการพิจารณาคือไม่นับคะแนนใหม่ แต่ขอเวลา 2 วัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่จากส่วนกลางเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ก่อนปรากฏกระแสนี้จุดติดและลามไปยังพื้นที่อื่นๆ มีการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่และวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการโกงเลือกตั้งพรรคการเมืองอื่นก็เลยผสมโรงเข้าไปด้วย!แต่ที่เคลื่อนไหวหนักที่สุดคือ “ประชาชน” ที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งแบบย่อยยับและยังถูก ป.ป.ช.ลงมติเอาผิด 44 นักการเมืองในสังกัดที่เข้าชื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.112วางบิลเอาผิดทั้ง 44 คน ให้ศาลฎีกาพิจารณาหากผิดจริง อย่าง สส. 10 คน ระดับแกนนำก็จะต้องพ้นจากหน้าที่ เบื้องต้นจะถูกให้หยุดปฏิบัติหน้าที่และตัดสิทธิทางการเมืองพูดง่ายๆเจอ 2 เด้ง คือ แพ้เลือกตั้งแล้วยังโดนคดีอีกนี่คือสภาพที่พรรคคนรุ่นใหม่เจอเข้าไปเต็มๆดังนั้น หากมีการเลือกตั้งใหม่คงหวังจะพลิกฟื้นสถานการณ์ได้อันไม่ต่างไปจากพรรคการเมืองอื่นๆที่แพ้เลือกตั้งอย่างเพื่อไทย หรือประชาธิปัตย์ ที่ได้ สส.เพียงแค่ 22 คนเท่านั้นถือเป็นเงื่อนไขใหม่ที่หวังจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคือการทุจริตเลือกตั้ง!ก็อยู่ที่ กกต.จะแก้ไขปัญหาอย่างไรที่จะไม่ทำให้เหตุการณ์บานปลายไปถึงขั้นนั้น เพราะถ้าแก้ไขดีก็จบลงได้แต่ถ้าไม่ดีก็ต้องล้มกระดานเลือกใหม่โดย กกต.ต้องรับผิดชอบแต่ถ้าแก้ออกมาดีสามารถให้คำตอบได้พรรคการเมืองที่เคลื่อนไหวก็จะเสียหาย ในฐานะปลุก ม็อบเพราะแพ้เลือกตั้งอย่างหนึ่งที่พอจะชัดเจนก็คือการเลือกตั้งที่ชลบุรีนั้นมีเค้าว่าน่าจะทุจริตจริง เพราะมีพิรุธหลายจุด แต่ในพื้นที่อื่นๆ น่าจะเป็นลุกตามมากกว่าที่ว่าอย่างนี้ก็เพราะชื่อ “สุชาติ ชมกลิ่น” นั้นธรรมดาเสียที่ไหนล่ะ!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม