“จุดความร้อน” ผุดทั่วทิศ โผล่ทั่วไทย ไม่ใช่แค่เหตุเผาเรือกสวนไร่นา ไฟป่า โรงงานก่อควันพิษพีเอ็ม 2.5 คลุมเมือง แต่ที่กำลังเกิดแรงกระเพื่อม คือความไม่พอใจต่อ กกต. ในเรื่องการจัดการเลือกตั้ง การนับคะแนน ผลเลือกตั้งหน้าหน่วยต่างๆ เพราะประชาชนมีคำถาม ตั้งข้อสงสัยเหตุผิดปกติ จนมีการชุมนุมประท้วงขอนับคะแนนใหม่ จากหน่วยเลือกตั้งใน จ.ปทุมธานี ต่อด้วยการลุกฮือที่เมืองชลบุรี เขต 1กลายเป็นโมเดลร้อนไฟลุกที่กำลังลามทุ่งไปทั่วเพราะ “เมืองชลฯโมเดล” ต่อด้วยข้อมูลพบเห็นเหตุส่อโกงจุดอื่นๆทยอยเปิดรายวัน รวมทั้งที่เครือข่ายภาคประชาชนสังเกตการณ์ฯ We Watch สรุปข้อมูลเลือกตั้งพบเหตุผิดปกติ ตั้งแต่หน่วยเลือกตั้งไม่พร้อม ละเมิดสิทธิลงคะแนนลับ ข้อมูลผู้มีสิทธิมั่ว เอกสารล่องหนและบัตรเขย่ง ไม่ปิดประกาศผลคะแนน เจ้าหน้าที่ กปน.สร้างความสับสนคิวนับคะแนนบัตรดีบัตรเสีย กีดกันภาคประชาชนตรวจสอบ ทุจริตซื้อเสียง เจ้าหน้าที่พยายามหย่อนบัตรเพิ่ม ไฟดับระหว่างนับคะแนน ฯลฯเป็นหัวเชื้อชั้นดีที่ กกต.ต้องรีบถอนฟืนจากกองไฟที่ต้องทำเร่งด่วนคือ ถ้าหากข้อทักท้วงมีเหตุผล เพื่อความ “โปร่งใส” ต้องการแก้ปมโกงเลือกตั้ง หยุดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้ชะงัก 7 อรหันต์ กกต.มีอำนาจในมือที่จะแก้สถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อล้างข้อครหาได้ผิดพลาดจริง ก็ต้องแก้ไข ใบส้ม ใบเหลือง ใบแดง ใบดำ ต้องร่อนออกมาได้แล้วกรรมการกลางเท่านั้น ที่ต้อง “ดับไฟบ้านเมือง” เพราะในอีกโหมดหนึ่ง ผู้เล่นในสนามรอกรรมการเคลียร์ปมให้จบ เพื่อเข้าสู่กระบวนการตั้งรัฐบาลใหม่รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ รอเบิ้ลเก้าอี้เปิดเฟสใหม่อย่างใจจดใจจ่อ หลังภูมิใจไทยกวาดคะแนนเลือกตั้งถล่มทลาย “หล่อเลือกได้” กำลังเร่งดีลค่ายการเมืองร่วมวงอำนาจโดยสูตรทางเลือกที่เปิดออกมาเริ่มชัดตามที่ “อนุทิน” ประสานเสียงคีย์แมนสีน้ำเงิน “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ และเสียงกระซิบจากบุรีรัมย์ “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ กุนซือภูมิใจไทย ออกมาสอดคล้องกันรัฐบาลต้องมี “เสถียรภาพ” และ “อยู่ยาว” 4 ปีพร้อมกับตัวเลขที่ “พิพัฒน์” แพลมไว้ ต้อง “300 เสียง”ออกรูปนี้ มองได้ว่าลงล็อก สูตรตั้งรัฐบาล “นายกฯอนุทิน” ซีซันใหม่น่าจะลงตัวแล้ว พรรคหลักภูมิใจไทย 193 เสียง บวกเพื่อไทย 74–75 เสียง และกล้าธรรม 58 เสียงน้ำเงิน แดง เขียว รวม 320 กว่าเสียง ล้นเกินคำว่าเสถียรภาพ หนำซ้ำจะถูกมองว่ากินรวบเกินไปด้วยซ้ำแต่สูตรนี้ก็ยังไม่ได้นิ่งอย่างที่คิด เพราะสมการยังแกว่ง เอาเข้าจริง สูตรรัฐบาล “อนุทิน 2” ถ้าตัดค่ายสีส้ม พรรคประชาชน ที่ไม่ขอล่มหัวจมท้ายด้วยออกไป สูตรอื่นๆก็ยังไม่ปิดประตูตายโดยเฉพาะที่มาแรง ภูมิใจไทยไม่ “ประแป้ง” เขี่ยกล้าธรรมออกนอกวง และเติมประชาธิปัตย์เข้ามาแทน ในสมการ น้ำเงิน-แดง บวกฟ้า แม้แต้มรวมปริ่มน้ำ 273 เสียง แต่มีเสียงพรรคเล็กค่ายจิ๋วกว่า 30 เสียง รอช้อนมาเติมแน่นปึ้กทะลุ 300 เสียงเหมือนกันแทบทุกสูตร อยู่ที่นายกฯหนูและครูใหญ่สีน้ำเงินจะเลือกยังไงจะเขี่ยกล้าธรรมที่ภาพมอมแมม ลึกๆก็แคลงใจกันต่อเนื่อง ตั้งแต่ไปขุดคุ้ยไล่บี้กันในอดีต มาถึงคิวบดแหลกในสนามเลือกตั้ง เตะตัดขาตัดแต้มชนิดทำฮั้วแตกไปหลายพื้นที่ ไปจนกระทั่งเปิดศึกชิงการเข้าถึงของขลังๆ ฯลฯสีน้ำเงินอาจไม่ปล่อยให้โตเป็น “หอกข้างแคร่สีเขียว” ในภายหน้าเพียงแต่ว่าที่แต้มล้นๆก็ไม่ได้หมายความถึงเสถียรภาพจะล้นตามไปด้วย เพราะถ้าหากเสียงข้างมาก หากมาพร้อมความฮึกเหิมห้าว ข่มขวัญพวก รวบอำนาจ แชร์แบ่งไม่ลงตัวถึงเวลาเพื่อนร่วมวงก็หันมารุมกินโต๊ะได้เช่นกันเหนืออื่นใด ยิ่งถ้ารัฐบาลสีน้ำเงินมั่นใจเกินกรอบ เดินผิดโจทย์บ้านเมือง มุ่งแต่เกมอำนาจ แก้ปมปัญหาหลักๆไม่ได้ แถมปล่อยให้เกิดมหกรรมถอนทุน ปล่อยสีเทาที่ซ่อนพรางหางโผล่ถึงเสียงล้นแต้มต่อปึ้ก กุมตั๋วใบใหญ่ใดๆอำนาจที่ว่าแน่นก็มีสิทธิโคลงเคลงได้เหมือนกัน.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม