ผู้คุมกฎชัก “เป๋”... เริ่มมาตั้งแต่เลือกตั้งล่วงหน้าแล้วที่ กกต.ถูกโจมตีในความผิดพลาด พอมาถึงวันจริงหนักเข้าไปอีก ทำให้ประชาชนไม่พอใจเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่หลายพื้นที่ “ชลบุรี” ดูจะหนักที่สุด ชาวบ้านจึงเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ถ้าหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่จัดการให้ดี...ระวังมันจะป่วนทั้งระบบเมื่อ กกต.จัดการไม่ดีก็ทำให้ขาดความเชื่อถืออาจส่งผลต่อการ ประกาศรายชื่อช้าออกไปได้ ซึ่งไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอนเพราะภาคธุรกิจต้องการให้ตั้งรัฐบาลเร็วๆทุกอย่างจะได้เดินหน้า ต่อไปได้ทำให้พรรคที่ชนะเลือกตั้งไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากต้องรอผลอย่างเป็นทางการเสียก่อนจึงเป็นหน้าที่ กกต.ที่จะต้องจัดการให้เรียบร้อยโดยเร็ว“ภูมิใจไทย” ได้ สส.มากเป็นอันดับ 1 ตัวเลขไม่เป็นทางการ 193 เสียง กำลังพิจารณาว่าจะเอาพรรคไหนร่วมรัฐบาลบ้างเวลานี้มี 2 พรรครอคิวอยู่คือ “กล้าธรรม” 58 เสียง และ “เพื่อไทย” 74 เสียง เปิดบ้านรออยู่แล้ว ง่ายสุดคือ รวมกัน 3 พรรค 300 กว่า มั่นคงแน่นอนด้านเสถียรภาพแต่จะทำให้โควตารัฐมนตรีต้องแบ่งเฉลี่ยมากขึ้นหากเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งแล้วเอาพรรคเล็กมาร่วมก็จะทำให้ “ภูมิใจไทย” ได้โควตารัฐมนตรีเพิ่มขึ้น เนื่องจาก “บ้านใหญ่”มีมากแบ่งกันไปจะได้ไม่มีปัญหาเพราะอย่างน้อย 3 เก้าอี้ ก็ต้องเป็นของคนนอก 3 คนอยู่แล้วทว่าด้านเสถียรภาพคงมีปัญหาหน่อย!“เพื่อไทย” นั้น ในภาวะจำยอมอย่างนี้ก็ต้องเลือกเอาว่าจะร่วม หรือไม่ บรรดาคนรุ่นใหม่ไม่อยากเท่าใด เห็นว่าเป็นฝ่ายค้าน น่าจะสร้างผลงานโดดเด่นกว่าไปกินน้ำใต้ศอกเขา!แต่อีกด้านหนึ่ง เนื่องจากเครือข่ายของคนในพรรค ไม่ว่า “ทักษิณ ชินวัตร” ที่ยังติดคุกและยังมีคดีอื่นรออยู่ หรือ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ที่ยังหนีคดีอยู่ต่างประเทศ ต้องการกลับเมืองไทยหากมีอำนาจรัฐก็ยังพอดูแลกันได้นี่เป็นเหตุจำเป็นที่บังคับอยู่!“กล้าธรรม” นั้นเปิดไฟโล่งรอเป็นรัฐบาลเต็มแก่ หากไม่ได้ ร่วมก็คงเกิดปัญหาทางใจแน่ เพราะคาดหวังไว้สูงที่สำคัญต้องการลบภาพความเป็น “เทา” ออกไปด้วยประตูสำคัญก็คือการได้เป็นรัฐบาล“อนุทิน ชาญวีรกูล” มีทางเลือกหลายทาง จะเลือกพรรคใด พรรคหนึ่งก็ได้ หรือรวม 2 พรรคก็ได้ แต่ปัญหาคือ “กล้าธรรม” ที่ภาพลักษณ์ไม่ค่อยดีนักร่วมเป็นรัฐบาลก็พลอยเสียไปด้วย“เพื่อไทย” คู่แค้นเก่าและเป็นคู่แข่งการเมืองสำคัญถ้าไม่เอามา ร่วมก็เป็นเรื่องดีมุมหนึ่ง แต่อีกมุมหนึ่ง ทำให้เสถียรภาพรัฐบาลมั่นคง แบ่งโควตาก็ไม่มากนัก เพราะได้เสียงแค่ 74 เสียงเท่านั้นยิ่งไปกว่านั้น การที่ “เพื่อไทย” อยู่ในสภาพไม่ดีนัก ก็ต้องยอมเป็น “เบี้ยล่าง” ที่พรรคแกนนำเหนือกว่าอย่างนี้ก็ไม่ต่างไปจากการที่ “อนุทิน” ถูกบีบให้ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทยมาแล้วการเอา “เพื่อไทย” ร่วมรัฐบาลก็คงอยู่ในภาวะที่ไม่ต่างกันสามารถใช้บทสั่งสอนได้ว่าไปแล้ว รูปการณ์อย่างนี้จึงมีความเป็นไปได้ว่า “เสี่ยหนู” คงเอา 2 พรรค มาร่วมเป็นรัฐบาลมากกว่าพรรคหนึ่งพรรคใดเพราะทำให้รัฐบาลมั่นคงสู้กับฝ่ายค้านอย่าง “ประชาชน” และ “ประชาธิปัตย์” อย่างสบายๆ!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม