เป็นอันแน่ชัดแล้วว่า ร่าง พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดของบุคลากรทางการแพทย์ ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมาก ยังไม่ถึงขั้นเป็นร่าง พ.ร.ก.ของกระทรวงสาธารณสุข นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำขนาดนั้น และอาจไม่เข้าเกณฑ์ที่จะต้องออกเป็นพระราชกำหนดแต่ในวันเดียวกัน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ได้ออกแถลงการณ์ขอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการในการคุ้มครองผู้ปฏิบัติงานและนักวิชาการ เพื่อลดความกังวล สร้างความมั่นใจในการทำงาน อันจะเป็นประโยชน์สูงสุดกับประชาชนสอดคล้องกับคำกล่าวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีสาธารณสุข รวมทั้งอธิบดีกรมสนับ-สนุนบริการสุขภาพ ที่เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขเตรียมเสนอร่าง พ.ร.ก.ให้ความคุ้มครองบุคลากรด้านการแพทย์ ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย จากการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับปัญหาโควิดกลุ่มที่จะได้รับคุ้มครองนอกจากบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าแล้ว ยังรวมถึงผู้มีส่วนในการจัดหาเวชภัณฑ์และวัคซีนด้วย จึงมีเสียงวิจารณ์ว่า อาจเป็นการออกกฎหมายเพื่อนิรโทษกรรมให้นักการเมืองด้วย เพราะเป็นผู้กำหนดนโยบายในการป้องกันการแพร่ระบาด การจัดหาและฉีดวัคซีนที่ถูกลือว่า “ล้มเหลว”จึงมีเสียงคัดค้านจากหลายฝ่าย ที่มองว่าเป็นการนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ถือว่าขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.และอาจไม่เข้าข่ายที่จะต้องออก พ.ร.ก. พร้อมทั้งชี้ว่า การคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ อาจทำได้ด้วยการเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ของ ศบค.การออก พ.ร.ก.คุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ เป็นการจำเพาะเจาะจงรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมายเห็นว่า อาจไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะออก พ.ร.ก.ตามรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า จะออก พ.ร.ก.ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจประเทศส่วนการคุ้มครองบุคลากรทาง การแพทย์สามารถทำได้ด้วยการเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ ศบค. หรือศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด–19 ซึ่งได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย และยังห้ามถูกฟ้องในศาลปกครอง ส่วนรัฐบาลควรต้องรับผิดชอบทางการเมือง ต่อความเสียหายทั้งปวง.