“สิงห์ดำ” ผงาด คุมมหาดไทย ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันขยับขึ้นมาหลักสองหมื่นแล้วอย่างที่วงการแพทย์คาดหมายกันล่วงหน้า ก็ต้องลุ้นกันวันต่อวันในเดือน ส.ค.64 นี่แหละ...แต่ที่กระทรวงมหาดไทยลุ้นกันมาหลายสัปดาห์ ที่สุดก็มีการแต่งตั้งให้ “สุทธิพงษ์ จุลเจริญ” อธิบดีกรมพัฒนาชุมชนเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยคนใหม่แทนที่นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ที่เกษียณอายุราชการ หลังจากนั่งปลัดกระทรวงมาหลายปี จึงต้องตั้งคนใหม่ขึ้นมาแทนที่อยู่ในตำแหน่ง 3 ปี ถือว่ายังอยู่อีกยาวแต่ที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ “3 ป.” สบายใจได้ก็เพราะเป็น “สิงห์ดำ” ในกลุ่มเดียวกันกับนายฉัตรชัยพูดง่ายๆว่าจะตั้งคนไหนก็ได้ เนื่องจาก “สิงห์ดำ” ขึ้นมาเป็นแผงจ่อคิวรออยู่แล้ว แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหญ่และมีความสำคัญต่ออำนาจในประเทศนี้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทย เป็น 1 ใน 3 ป. ที่มีสถานภาพไม่ธรรมดา สามารถที่จะกุมสภาพได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดพูดง่ายๆ ทำให้มหาดไทย “นิ่ง” ไม่แกว่งไปซ้ายทีขวาทีก่อนที่จะแต่งตั้งปลัดคนใหม่นั้นมีความเคลื่อนไหวที่ปรากฏอยู่ก็คือ มีชื่อ “จตุพร บุรุษพัฒน์” ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะข้ามห้วยข้ามกระทรวงมาใหญ่ในถิ่นสำคัญแต่สุดท้ายก็เงียบหายไป ไม่รู้ว่าข่าวนี้เท็จจริงจะมีความเป็นมาอย่างไร แต่ที่มีเค้าอยู่อย่างก็คือ นายจตุพรนั้นเป็นสิงห์ดำอีกคนหนึ่งที่มากฝีมืออีก 3 ปีถึงจะเกษียณอายุราชการจนกระทั่งนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรฯ ได้แสดงความไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่านายจตุพรมีความรู้ความสามารถเหมาะอยู่ที่เก่าดีอยู่แล้วอีกทั้งการย้ายจากตำแหน่งสำคัญกระทรวงหนึ่งไปอีกกระทรวงหนึ่งจะต้องมีการเจรจาพูดคุยกันให้ชัดเจนและเป็นทางการไม่ใช่นึกจะย้ายก็ย้ายได้แน่นอนว่าตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยนั้นถือเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญทั้งโดยระบบที่ควบคุมพื้นที่ทั่วราชอาณาจักรและยังคุม “คน” ทั่วประเทศอีกด้วยไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ต้องให้ความสำคัญ ซึ่งรัฐบาลนี้ให้ พล.อ.อนุพงษ์รับผิดชอบมาตั้งแต่ต้นจนกุมสภาพได้ทั้งหมดโดยให้ “ปลัดฉิ่ง” เป็นหางเครื่อง...ดังนั้น การแต่งตั้งปลัดคนใหม่จึงไม่ใช่เรื่องยากเพราะขึ้นมาถึงระดับนี้แล้วความรู้ความสามารถไม่ต้องพูดถึงแต่ในทางการเมืองก็ต้องคิดอีกมุมหนึ่งนั่นก็คือจะต้องถือว่าเป็น “คนใน” พวกพ้องเดียวกันไม่ให้ต่างไปจาก “ปลัดฉิ่ง” ที่พร้อมสนองทุกอย่างให้ได้มันก็เป็นอย่างนี้ ไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้น...“สายล่อฟ้า”