ผมเอาใจช่วย โจ ไบเดน มาตลอด วันนี้เลยขอร่วมแสดงความยินดีกับ นายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ ที่สามารถโค่นล้ม นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นกว่า 75 ล้านเสียง คิดเป็น 50.6% ของผู้ไปใช้สิทธิ ขณะที่ ทรัมป์ ได้เพียง 71 ล้านเสียง คิดเป็น 47.7% ของผู้ไปใช้สิทธิ (ยังขาดคะแนนอีก 4 รัฐ) เสียดายที่ ไบเดน ไม่สามารถทำให้เกิด “คลื่นสีฟ้า” (Blue Wave) คือ พรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้ง ทั้งตำแหน่ง ประธานาธิบดีเสียงข้างมากในสภาผู้แทน เสียงข้างมากในวุฒิสภา (วันจันทร์เสียงวุฒิสภายังนิ่งอยู่ที่ 48-48 ใครได้ 50 เสียงก่อนชนะ)ชัยชนะของ นายโจ ไบเดน ครั้งนี้ ไม่เพียงทำให้ชาวอเมริกันจะดีใจกันทั้งประเทศ ผู้นำธุรกิจยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ เช่น เจฟฟ์ เบซอส แห่งอะเมซอน บิล เกตส์ แห่งไมโครซอฟท์ ไปจนถึง ผู้นำประเทศทั่วโลก รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯไทย ต่างก็แสดงความยินดีกับ โจ ไบเดน โลกเบี้ยวใบนี้จะได้สงบสุขขึ้นเสียทีผมเคยเขียนวิเคราะห์พฤติกรรมของ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่า เป็นผู้นำประเทศที่มีอาการป่วยทางจิต จึงสามารถทำเรื่องที่มนุษย์ปกติไม่ทำ กันได้ ล่าสุดได้รับการยืนยันจาก แมรี ทรัมป์ หลานสาวของ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาระดับปริญญาเอก ได้เขียนหนังสือเล่าถึงประวัติในครอบครัว โดยพูดถึงพฤติกรรมของ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่า ไม่รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก แต่ถ้าเขาเลือกสิ่งที่ผิดเมื่อใดแล้ว สิ่งนั้นจะกลายเป็นสิ่งที่ถูกสำหรับเขาไปทันที เนื่องจาก โดนัลด์ ทรัมป์ มีบุคลิกภาพบกพร่องหลายอย่าง สมาธิสั้น อ่านหนังสือน้อยมาก ขาดความรู้ทางประวัติศาสตร์ ปรัชญา การเมืองการปกครอง เศรษฐศาสตร์ ครอบครัวทรัมป์ก็อพยพมาจาก เยอรมนี ไม่ใช่ชาวอเมริกันแท้ว่าที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน กล่าวปราศรัยครั้งแรกที่ เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ เมื่อรู้ผลชนะการเลือกตั้งในวันเสาร์จากชัยชนะในรัฐเพนซิลเวเนีย 20 เสียง ทำให้มีคะแนนเสียงผู้เลือกตั้ง 273 เสียง ว่า “นี่คือเวลาแห่งการเยียวยาอเมริกา เราชนะด้วยคะแนนเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งประธานาธิบดี เรามองเห็นความรู้สึกที่มีความ “สุขใจ” ของชาวอเมริกันทั่วประเทศ ชาวเมืองต่างๆทั่วประเทศ และทั่วโลกอย่างแท้จริง”โจ ไบเดน พูดถึง ผู้ที่ลงคะแนนให้ทรัมป์ ว่า “พวกเขาไม่ใช่ศัตรู พวกเขาเป็นชาวอเมริกัน ผมจะเป็นประธานาธิบดีที่ไม่สร้างความแตกแยก แต่สร้างความสมานฉันท์ ผมไม่ต้องการเห็นรัฐสีแดง (รีพับลิกัน) รัฐสีน้ำเงิน (เดโมแครต) ผมจะให้เป็นสหรัฐอเมริกา (United States) ตลอดไป” เป็นสุนทรพจน์แห่งความสมานฉันท์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา น่าศึกษาไว้เป็นแบบอย่าง ความคิดอาจแตกต่างกันได้ แต่แยกประชาชนแยกประเทศไม่ได้งานสำคัญชิ้นแรกที่ ว่าที่ประธานาธิบดีไบเดน ลงมือทำทันทีในวันจันทร์ที่ผ่านมาก็คือ การเตรียมแต่งตั้งทีมนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ เป็นที่ปรึกษา เพื่อเตรียมแผนแก้ปัญหาโควิด-19 ให้สามารถทำงานได้ทันทีที่เขาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในบ่ายวันที่ 20 มกราคม 2564 เพราะในวันเสาร์ที่เขาชนะการเลือกตั้ง สหรัฐฯทำสถิติมีผู้ติดเชื้อสูงสุดใหม่ถึง 126,742 คนในวันเดียว ต่อจากวันศุกร์ที่มีผู้ติดเชื้อวันเดียว 126,480 คน เฉลี่ยวันละกว่า 103,800 คน ทำให้สหรัฐฯมีผู้ติดเชื้อกว่า 10.2 ล้านคน จากผู้ติดเชื้อ 50.7 ล้านคนทั่วโลก หรือ 1 ใน 5 ของโลกโจ ไบเดน ยังเตรียมสมัครเป็นสมาชิก WHO องค์การอนามัยโลกใหม่ และกลับเข้าสู่ข้อตกลงปารีสเพื่อลดโลกร้อน ซึ่ง ทรัมป์ ได้ถอนตัวออก ไบเดน ยังมีแผนที่จะ เปิดเผยรายชื่อบุคคลที่จะทาบทามเป็นรัฐมนตรีก่อนวันขอบคุณพระเจ้า (26 พ.ย.) คาดว่าจะมีการเสนอชื่อ ผู้หญิงผิวสี เข้าดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะสองกระทรวงนี้มี รัฐมนตรีผิวขาว มาตลอดทุกยุคทุกสมัยนี่คือ การเปลี่ยนแปลงสำคัญ ของ ผู้นำสหรัฐฯคนใหม่ ที่จะ ช่วยให้โลกเบี้ยวใบนี้สงบสุขมากขึ้น หลังจากที่ คุณบ้าทรัมป์ ได้ทำลายความสงบสุขของชาวโลกไป 4 ปีเต็ม.“ลม เปลี่ยนทิศ”