เริ่มต้นกันใหม่ “ไบเดน” ผู้นำสหรัฐฯ ที่สหรัฐฯถึงเวลานี้แล้วน่าจะเรียบร้อยลงตัว เมื่อผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ มีความชัดเจนด้วยเสียงของประชาชนที่ไปใช้สิทธิลงคะแนนอย่างมากมาย เทคะแนนให้ “โจ ไบเดน” แห่งเดโมแครต เหนือกว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” แห่งรีพับลิกันแบบขาดลอย ไม่มีมุมไหนที่จะสู้ได้ จะดื้อแพ่งด้วยข้อหาโกงเลือกตั้งก็ไร้ผลไปแล้วต้องยอมรับว่าชาวอเมริกันยินยอมพร้อมใจกันที่จะเปลี่ยนแปลงผู้นำประเทศจากคนเก่าไปสู่คนใหม่เพื่ออนาคตที่ดีกว่าเป็นเจตนารมณ์ในการใช้สิทธิ 1 เสียง 1 คะแนน กันเป็นจำนวนมาก และเลือก “ไบเดน” อย่างท่วมท้น จนได้คะแนนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์แม้ฝ่ายสนับสนุน “ทรัมป์” จะเคลื่อนไหวออกมาต่อต้านจนหวั่นใจกันว่าอาจจะนำไปสู่สงครามการเมืองอีกครั้งหนึ่งแต่นั่นเป็นเพียงปฏิกิริยาเบื้องต้นเท่านั้น มิอาจฝืนเสียงส่วนใหญ่ ไปได้สิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งในความเป็นประเทศต้นแบบประชาธิปไตยอย่างสหรัฐอเมริกาคือเจ้าหน้าที่รัฐทั้งในฝ่ายความมั่นคง ศาลและการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยเลือกตั้งต่างๆที่ยึดกฎกติกาไม่มีเบี่ยงเบนไปตามอำนาจจนทำให้การจัดการเลือกตั้งผ่านไปด้วยความเรียบร้อย แม้ต้องถูกแรงกดดันบ้าง สุดท้ายทำให้การเลือกตั้งมีความ “ศักดิ์สิทธิ์” ในระบบเอาเป็นว่า “ทรัมป์” ก็เป็นเพียงแค่ฉากผ่านทางการเมืองในยุคสมัยหนึ่งเท่านั้นฉากผ่านต่อไปในความเป็นผู้นำประเทศของ “โจ ไบเดน” นั้น แม้จะต้องประสบกับปัญหาที่ทิ้งค้างเอาไว้ ล้วนเป็นเรื่องใหญ่ๆ ทั้งนั้นเริ่มต้นก็คือความไม่เป็น “เอกภาพ” ของคนในชาติที่จะต้องเร่งดำเนินการก่อนเป็นอันดับแรก เพราะหากไม่เริ่มตรงนี้ก่อน อย่างอื่นก็จะไปได้ยาก...ประโยคแรกที่เขาพูดกับคนอเมริกัน“เขาคือตัวแทนของชาวอเมริกัน”นั่นก็หมายความว่า “โจ ไบเดน” และทีมงานทำการบ้านมาอย่างดีด้วยความเข้าใจปัญหาในปัจจุบันที่จะต้องถอนหนามออกจากอกคนอเมริกันเสียก่อนที่รออยู่ข้างหน้าคือ “โควิด-19” ซึ่งสหรัฐฯยังจมอยู่ในปลักนี้อย่างหนัก เพราะยังมีการแพร่ระบาดเป็นรายวันอยู่ด้วยจำนวนมากขึ้นด้วยวิธีการแก้ไขที่ผิดพลาดของ “ทรัมป์” ซึ่งไม่ใช่แต่การติดเชื้อและเสียชีวิตมากที่สุดในโลกเท่านั้นแต่ยังหมายถึงความคิดที่ต่างกันในหมู่ชนอเมริกันเมื่อ “หลักคิด” ในการแก้ไขปัญหาจากผู้นำประเทศที่เอาความคิดของตัวเองเป็นมาตรฐานหาใช้วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์มุ่งไปสู่ปมการเมืองมากกว่าคำนึงถึงชีวิตคนการกำหนดทิศทางและวิธีการแก้ไข จึงต้องบริหารจัดการกันใหม่ทั้งระบบ และต้องได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทุกคนเท่ากับพิสูจน์ความเป็นผู้นำว่ามีความสามารถได้รับการยอมรับแค่ไหนแน่ล่ะ...เศรษฐกิจปากท้องเป็นเรื่องใหญ่ที่จำเป็นต้องเยียวยาอย่างเร่งด่วน เพราะมิใช่แค่สหรัฐฯเท่านั้น แต่เกี่ยวพันไปทั้งโลกที่จะต้องสะสางแต่ก็ถือว่าสหรัฐฯได้แค่ฝ่าวิกฤติมาได้พร้อมกับผู้นำคนใหม่ที่ยังตีบตันไร้ทางออกก็ประเทศเรา...นี่แหละ!“สายล่อฟ้า”