เมื่อคุณขรรค์ชัย บุนปาน ชวนคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ ไปทอดน่องท่องเที่ยวเมืองเพชรบุรี ก็เชิญพระภูมิเจ้าที่อย่างอาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว ไปนั่งเล่าตำนานเขานางพันธุรัตโลกเราเป็นเช่นนี้ ทิวเขายาวมองจากทะเล ตอนอยู่เรืออวนหาปลา ผมเห็นคนตัวใหญ่นอนพุงอืด เรียกเขาเจ้าลาย แต่มองจากแผ่นดิน อาจารย์ล้อมเห็นเขาหลายๆลูกต่อกัน ลูกหนึ่งเห็นเป็นนางยักษ์พันธุรัตเรื่องศาลนางพันธุรัตล้มทะลายหายไปกับตา เหตุเพราะการระเบิดเขาจากสัมปทานปูนซีเมนต์เป็นเรื่องสะเทือนใจคนรักถิ่นฐานเดิมๆดูแผนที่ทะเล ส่วนที่เห็นเป็นเขาเจ้าลายเป็นพืดยืดยาว ทางด้านใต้ปลายเขาเจ้าลาย มีเขาลูกเล็กปลายแหลม ชื่อเขาเสวยกะปิ ในแผนที่มีสามเหลี่ยมสีแดง นี่คือหมุดหมายให้ชาวเรือใช้หาที่เรืออยู่ก่อนผมลาโรงจากทะเลราวปี พ.ศ.2512 การระเบิดภูเขาเดินหน้าไปไม่เท่าไหร่ เขาเสวยกะปิก็หายไปแล้วชะตากรรมเดียวกับศาลนางพันธุรัตที่อาจารย์ล้อมบ่นเสียดายนั่นล่ะเห็นหน้าอาจารย์ล้อม ผมค้นหนังสือ เจอเล่มเสนาะเสน่ห์สำนวนไทย (มติชน พิมพ์ 2548) ในหัวข้อ “หมองูตายเพราะงู” อาจารย์ทักว่า คนสมัยนี้ใช้ว่า “งูกัดตาย”แต่หากย้อนหลังไปหลายๆปีผู้รู้อย่างอาจารย์ล้อมจะเขียนว่า “งูขบตาย”อาจารย์บอก คำกริยา ขบกับกัด นั้นต่างกัน การใช้เขี้ยวหรือฟันงับลงไป คือการขบ ส่วนกัด คือการทำให้ขาดหรือกร่อนออก เอกสารสมัยก่อนท่านจึงให้งู หมา เสือ นั้นขบส่วนกัด เคยเห็นใช้ว่า หนูกัดผ้า น้ำกัดเท้า กรดกัดทองอีกสำนวน “เผือกร้อน” เราใช้ๆกัน ในความหมาย เรื่องลำบากใจที่พยายามปัดให้พ้นตัว จนคุ้นเคย แต่น้อยคนนักจะเข้าใจความหมายต้นเรื่องคนแต่ก่อนจับจระเข้ ด้วยการต้มเผือกทั้งหัว หรือฟักทั้งลูกจนร้อนจัด เอาไปโยนให้มันกินธรรมชาติจระเข้ เมื่อมีสิ่งใดหล่นตูมลงน้ำ มันก็จะปรี่เข้าหาอ้าปากงับ แล้วเหวี่ยงฟาดฟัดเอาโดยแรงจระเข้ดุไม่ว่าจะอยู่วังน้ำที่ไหน มักมีข่าวขบคน ขบสัตว์ให้ได้ยินเสมอ การให้ถูกจระเข้ขบจึงเป็นคำปรารภปรารถนาร้าย ที่ตั้งใจส่งให้คนที่ไม่ชอบขี้หน้า เช่น คำสาปส่งเวลาคนใต้เคืองใครว่า “แล่นลงเลให้เข้มันขบ”การโยนเผือกหรือฟักร้อนๆให้จระเข้ ถ้าจะให้ได้ผลจริงจัง เขาจะแกล้งโยนของอื่นยั่วมันก่อน พอมันอ้าปากพุ่งเข้าหาจึงจะโยนเผือกร้อนใส่ พองับแล้วจระเข้ก็มักกลืนลงไปดิ้นพราดอาละวาดฟาดหัวฟาดหางพลิกคว่ำหงายจนสิ้นแรง ที่สุดก็ถูกมนุษย์จับแล่เนื้อเถือหนังบ้านเมืองเราเลิกใช้วิธีจับจระเข้ด้วยวิธีใช้เผือกร้อนมานาน แต่สำนวน “เผือกร้อน” ก็ยังใช้กันอยู่ เช่น ปัญหาโควิด-19 ระบาด ที่ถือว่าเป็นเผือกร้อน...ที่สุดของรัฐบาลรัฐบาลท่านเห็นว่าเหลือกำลังที่รัฐจะรับ จึงโยนต่อให้ 20 อภิมหาเจ้าสัวรับต่อชาวบ้านคงจะได้เห็นลีลาฟาดหัวฟาดหางของแต่ละเจ้าสัวที่ไม่เหมือนกันเท่าที่ผมแอบสดับตรับฟังมา...เขาว่ากันว่า รัฐท่านไม่ขออะไรมาก ข้อแรกๆขอแค่...บริษัทใหญ่ๆของเจ้าสัวต้องไม่เลิกจ้างพนักงาน ขาดทุนกำไรไปบ้างก็ขอให้จ้างต่อ เพราะรัฐหมดแรงกับการช่วยคนตกงานเต็มทีหรือถ้าจะช่วย สร้างงานใหม่ ช่วยให้คนตกงานได้มีงานทำก็ยิ่งเป็นเรื่องดีส่วนเรื่องที่มีคนนินทาว่า “ขอทาน” หมายถึง การแบมือขอเงินนั้น รัฐบาลท่านไม่ทำทั้งขุนคลัง ขุนเงินของท่าน รับประกันว่า เงินยังมี เครดิตก็เหลือเฟือ แบงก์ชาติอุ้มตราสารหนี้เจ้าสัวใหญ่ ยังทำไปแล้วนี่นา.กิเลน ประลองเชิง