กระบวนการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีลักษณะพิเศษกว่าตำแหน่งผู้บริหารของหน่วยงานอื่นๆ ตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา คือ มีบทบัญญัติให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งเป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในทางนิติศาสตร์ การร่างกฎหมาย และการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ได้รับความเห็นชอบจาก รัฐสภา บัดนี้กระบวนการดังกล่าวครบถ้วนแล้วและมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ พ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2563สำหรับตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ นั้น ครม.มีมติให้แต่งตั้ง นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ รองเลขาธิการ ขึ้นเป็น เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการแล้วแต่ยังรอกระบวนการแต่งตั้งอยู่ โดยก่อนหน้านี้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญในสำนักงาน ก.พ.ร.ประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ 3 รายคือ นางสาววิลาวัลย์ ตาน้อย ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบราชการ 2 เป็น ที่ปรึกษาการพัฒนาระบบราชการ นางศิริพร วัยวัฒนะ ผู้อำนวยการกองกิจการองค์การมหาชนและหน่วยงานของรัฐ รูปแบบอื่น เป็น ที่ปรึกษาการพัฒนาระบบราชการ นางสาววิริยา เนตรน้อย ผู้อำนวยการกองบริหารการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรม เป็น ที่ปรึกษาการพัฒนาระบบราชการของหน่วยงานอื่นๆ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี แต่งตั้ง นางสาวกรุณา จุฑานนท์ ผู้อำนวยการกองพัฒนายุทธศาสตร์และติดตามนโยบายพิเศษ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาประจำสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ส่วนกระทรวงการคลัง มี 2 ราย คือ นายธิบดี วัฒนกุล รองอธิบดีกรมสรรพสามิต เป็น ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี กรมสรรพสามิต นายวรวรรธน์ ภิญโญ รองอธิบดีกรมสรรพสามิต เป็น ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิตของกระทรวงวัฒนธรรมได้แก่ นางสาวภัคพดี อยู่คงดี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโบราณคดี (วิจัยและพัฒนาโบราณคดี) (นักโบราณคดีเชี่ยวชาญ) กรมศิลปากรเป็น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโบราณคดี (โบราณคดี และพิพิธภัณฑ์) (นักโบราณคดีทรงคุณวุฒิ) กรมศิลปากร และกระทรวงสาธารณสุข แต่งตั้ง นายวันชัย เหล่าเสถียรกิจ ข้าราชการพลเรือนสามัญ สาธารณสุขนิเทศก์ (นายแพทย์เชี่ยวชาญ) เป็น สาธารณสุขนิเทศก์ (นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ) สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขในแวดวงราชการทั่วไป ใครที่อยู่ในตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกรม หากมีการโยกย้ายในระนาบเดียวกันไปสู่ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนัก ซึ่งเป็นตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงเท่าเทียมกันมักจะยอมรับด้วยความพึงพอใจ จึงน่าแปลกใจที่มีข่าวออกมาทำนองว่าการที่ นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ ถูกย้ายไปเป็น ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 กรมป่าไม้ หรือตำแหน่ง ป่าไม้เขต ในอดีต กลับกลายเป็นการ ถูกเด้ง จากตำแหน่งเดิมไปเสียได้ ลองสอบถามผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้พื้นที่ต่างๆดูทีรึว่า ถ้าจะให้ย้ายไปเป็น ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ จะยินยอมพร้อมใจหรือไม่ สำหรับโอกาสในการขึ้น รองอธิบดี นั้น จะเป็นผู้ตรวจราชการกรมหรือผู้อำนวยการสำนักก็สามารถขึ้นได้ทั้งนั้น สำคัญว่าจะถูกเลือกตัวหรือเปล่า ถ้าจะมองข้ามช็อตไปถึงกรณี ปารีณารุกป่า กรณีนี้ถึงไม่มี ผู้ตรวจธวัชชัย เป็นประธานสอบสวนดำเนินคดี ก็ไม่เห็นว่าจะหลุดรอดเงื้อมมือกฎหมายไปได้ง่ายๆหรอก“ซี.12”