ผมเคยอ่านคอลัมน์ อาจารย์หม่อมคึกฤทธิ์ ปราโมช เขียนถึงการดูดนักการเมืองก่อนการเลือกตั้ง เปรียบเปรยว่า เหมือนกา เดี๋ยวก็แวะไปต้นโพธิ์ อีกเดี๋ยวก็โผไปต้นไทรสำนวน ร่มโพธิ์ ร่มไทร อาจารย์กาญจนาคพันธุ์ อธิบายว่า หมายถึงที่พึ่ง ที่อาศัย ให้ได้รับความร่มเย็นเป็นสุข มูลของสำนวน มาจาก ตามทุ่ง ตามนา ตามลาน มักมีต้นโพธิ์ ต้นไทรเป็นที่สำหรับคนเดินทาง ชาวนา ฯลฯ เข้าไปอาศัยพักร่มคำร้องเพลงปรบไก่ของเก่า ที่พ่อเพลงแม่เพลงพื้นบ้าน ยังร้องกันอยู่พี่หมายจะพึ่งร่มไทร น้องจงตรองให้แน่ พี่ไม่ย่นย่อท้อแท้ แม่หนูเสียเลยสักท่า ฯลฯถ้าแม้นได้พึ่งโพศรี มันคงเป็นที่ผาสุก ในอารมณ์สนุก ดูเหมือนอยู่ที่ตำหนัก ทั้งกิ่งก็ใหญ่ ทั้งใบก็โตมิใช่เป็นโพกาฝากเอย เอ๋ยไทย เสมือนเขายกต้นเอย ไปปลูกไว้ตรงหว่าง แลดูสะอาดสำอาง ทั้งใบลัดอ่อนสะอื้น พี่ไปไหนหน่อยเหนื่อยมา แต่พอเห็นหน้าเข้า ก็ชื่นเอ๋ยชื่นใจอีแม่เอ๋ยโพเย็น ถ้าแม้นใครเห็นอยากหยุด ถึงแดดร้อนแสนสุด เข้าอาศัยโพศรี เจ้าช่างร่มชิดปิดช่อง จะหาแดดส่องก็มี เอ๋ยไม่อีแม่โพโน้นโคนนับ เจ้าพึ่งมาดับคนร้อน ตัวพี่ตกจนคนจร คิดขึ้นมาก็น่าเสียใจเอย...พี่หมายจะขอฝากผี ไปกว่าชีวีจะตาย...อาจารย์กาญจนาคพันธุ์ ท่านยกตัวอย่างเพลงปรบไก่มาเล่าให้รู้ว่า เรามีถ้อยคำอะไรๆ แสดงถึงชีวิตของคนไทยดีมากฟังเพลงปรบไก่จบ ก็จะเข้าใจและซาบซึ้งคุณของต้นโพธิ์ต้นไทร ว่า เป็นที่อาศัยพักร้อนร่มเย็น ไม่ใช่แค่ชั่วครั้งชั่วคราวคำอธิบาย สำนวน ร่มโพธิ์ ร่มไทร ตามนัยของกาญจนาคพันธุ์ ยังไปไม่ถึงเรื่องการเมืองผมเปิดสำนวนไทย ค้นต่อไป เจอสำนวน กาหน้าดำ เขาจำหน้าได้ อ๊ะ สำนวนนี้ พอเข้าเค้าสมัยก่อน บ้านเมืองยังเต็มไปด้วยต้นไม้ ตึกรามยังไม่ค่อยมี นกกามันบินมาอาศัย ผู้คนคุ้นเคยกับกา จึงมีบทร้องของเด็ก ร้องกันเล่นกากา ได้ลูกมันมา เอายัดใส่พก มันได้ลูกนก เอามาโยนเล่น อ้ายพ่อมันเต้น อีแม่การำ อีกาหน้าดำ เขาจำหน้าได้คนไทยสมัยนั้น เอาคำท้าย กาหน้าดำ เขาจำหน้าได้ มาเป็นสำนวนพูดเล่น เมื่อเห็นใครที่เคยรู้จัก แต่ห่างหายกันไป แล้วได้กลับมาพบกันอีกสำนวน กาหน้าดำ เขาจำหน้าได้ สมัยนี้ ไม่ค่อยมีใครพูดกันแล้วการเมืองไทยช่วงนี้ สับสนวุ่นวาย กับนักการเมืองวิ่งเข้าหาพรรคใครที่เปลี่ยนพรรคใหม่ ไม่ว่าจะเปลี่ยนมานาน อย่างลูกชายกำนันเป๊าะ ที่พ่อติดคุก หรือลูกชายกำนันเซียะ ที่พ่อติดคดี ลูกชายคุณวัฒนา เจ้าพ่อปากน้ำ ที่ลี้ภัยเมืองนอกหรือเพิ่งประกาศสังกัดพรรค อย่างมาดามเดียร์ เจ้าของสื่อใหญ่แทบนับค่ายไม่ถ้วน แต่บังเอิญสามีติดคดีปั่นหุ้นรวมถึงลูกชายคุณบุญทรง ที่ลงพรรคใหม่ หลังข่าวย้ายจากคุกเข้าโรงพยาบาลเรื่องคุ้นๆของคนเหล่านี้ ทำให้สำนวน กาหน้าดำ เขาจำหน้าได้ ย้อนกลับมาฮิตติดหูอีกครั้งบ้านนี้เมืองนี้ มีแต่เรื่อง กากา แวะมาต้นโพ แล้วก็โผไปต้นไทร...ซ้ำซากอย่างนี้ จะไปคิดอะไรให้มาก.กิเลน ประลองเชิง