ผมเขียนต้นฉบับวันนี้ในช่วงบ่ายๆของวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2569 เปิดหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับล่วงหน้าของวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ก็พบภาพข่าวสังคมภาพหนึ่งมีถ้อยคำบรรยายไว้ใต้ภาพดังนี้“ถุงยังชีพ ศ.ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ และ พิชัย จิราธิวัฒน์ มาร่วมจัดเตรียมถุงยังชีพกว่า 1,500 ถุง เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน กทม. พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี และกาญจนบุรี โดยมี สมกมล จิราธิวัฒน์ มาร่วมงานด้วย ที่อาคารเซ็นทรัล ทาวเวอร์ วันก่อน”เห็นภาพอ่านคำบรรยายแล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่าช่วงเช้าตรู่ของวันเดียวกันนี้ ผมเปิดเฟซบุ๊กไปเจอภาพและข่าวของ คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือซีพี ขนถุงยังชีพลุยน้ำไปแจก ณ จุดใดจุดหนึ่งที่ถูกน้ำท่วมอย่างหนักแถวๆเขตลาดกระบังจริงๆแล้วในแต่ละวันในช่วงวิกฤติน้ำท่วม 2569 ที่ผ่านมา จากข่าวและภาพในสื่อต่างๆมีผู้ใจบุญและมูลนิธิการกุศล ตลอดจนจิตอาสาต่างๆนำข้าวปลาอาหารและถุงยังชีพไปแจกแก่ผู้ประสบเคราะห์เป็นจำนวนมาก จนไม่อาจจำได้ทั้งหมดว่ามีใครเป็นใครบ้างแสดงถึง ความเมตตา กรุณา ความเอื้ออาทรห่วงใย ซึ่งกันและกันในยามยาก อันเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของคนไทยเรานั้น ยังคงมีอยู่ในสายเลือดของคนไทยโดยตลอด และไม่มีวันที่จะเสื่อมคลายลงเมื่อวันที่ผมติดเกาะอยู่ 5 วันก็มีผู้ใจบุญพายเรือมาแจกแถวๆบ้านผม เพียงแต่ว่า “รั้ว” กับตัวบ้านผมอยู่ห่างกันพอสมควรและผมก็ไม่สามารถจะลุยน้ำมารับแจกได้...ก็ได้แต่โบกมือให้ไกลๆด้วยความขอบพระคุณเห็นภาพอย่างนี้แล้วก็ทำให้ผมซึ่งยังเชื่ออยู่เสมอใน “คุณสมบัติ” อันดีงามของชนชาติไทยในประเด็นนี้ และมีความมั่นใจอยู่ตลอดว่าต่อให้ทิศทางการพัฒนาของโลกนี้ ซึ่งมีผลทำให้เกิด “ช่องว่าง” ขึ้นอย่างมหาศาลระหว่าง “คนรวย” กับ “คนจน” จนทำให้เกิดความวิตกว่าอาจเกิดความ “ไม่ปกติสุข” หรือ “การอยู่ไม่เป็นสุข” ขึ้นในหลายๆประเทศนั้นประเด็นอันน่าห่วงใยนี้คงไม่เกิดขึ้นแก่ประเทศไทยของเรา เพราะลักษณะนิสัยประจำชาติของเราที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา กรุณาโดยชาติกำเนิดดังกล่าวที่ผมยกตัวอย่างมา “2 ตระกูล” จากภาพข่าวหน้า 4 ไทยรัฐ กับในสื่อสังคมออนไลน์วันนี้ ก็เพราะทั้งตระกูล จิราธิวัฒน์ และตระกูล เจียรวนนท์ นั้น อยู่ในอันดับต้นๆของตระกูลที่รํ่ารวยสูงสุดของประเทศไทยจากการจัดอันดับของ นิตยสารฟอร์บส์ ในปีนี้โดยเฉพาะตระกูล จิราธิวัฒน์ เจ้าของธุรกิจต่างๆ ในเครือ “เซ็นทรัล” นั้น เป็นตระกูลที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมากดังที่ทราบกันอยู่แล้วในขณะที่ “เจียรวนนท์” ก็เป็นที่รู้มาเนิ่นนานว่า “เครือซีพี” อยู่ในอันดับ 1 อันดับ 2 ด้วยซํ้าในบางปีที่ผ่านมาทุกครั้งที่เกิดอุบัติภัยไม่ว่าจะเป็นนํ้าท่วม เพลิงไหม้ แผ่นดินไหว ฯลฯ ล้วนมีความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างหนัก จำเป็นที่จะต้องฟื้นฟูอย่างใหญ่หลวงเสมอๆแม้หน้าที่หลักจะเป็นของภาครัฐ แต่ก็อย่างที่ทราบ พลังของรัฐเองก็มีจำกัดจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยพลังภาคเอกชนมาสนับสนุนผมก็ขอฝาก “ภาคเอกชน” ทั้งภาคไว้ด้วยนะครับ โดยเฉพาะท่านที่ติดอันดับ “คนรวย” ของ ฟอร์บส์ ก็ดี ของ บลูมเบิร์ก ก็ดี ถึงเวลาแล้ว และเป็นโอกาสอันดียิ่งของท่านแล้วที่จะช่วยฟื้นฟูประเทศไทยอันจะมีผลไปถึงการจ้างงาน การกระจายรายได้ลงสู่พี่น้องชาวไทยที่ยังยากจนเป็นจำนวนมากในขณะนี้...ให้สามารถลืมตาอ้าปากขึ้นมาได้อย่าลืมว่าการแจกถุงยังชีพต่างๆ แม้จะเป็นกุศลอย่างยิ่งเพราะเป็นการต่อชีวิตในยามทุกข์เฉพาะหน้าให้สามารถยืนหยัดต่อไปได้แต่การช่วยเหลือคนจนที่แท้จริงอยู่ที่การลงทุน การจ้างงาน และการขยายกิจการของนักลงทุนทั้งหลายโดยไม่หยุดยั้งฝากท่านที่รู้ตัวว่ารวยให้ช่วยรับภารกิจเหล่านี้ไปด้วยก็แล้วกัน... เส้นชี้ขึ้นและเส้นชี้ลงของตัว K จะได้ไม่ห่างกันมากจนเกิดอันตรายตราบเท่าที่ทุกๆท่านที่อยู่ในกลุ่มปลายเส้นชี้ขึ้นจะไม่ลืมคำว่า “กรุณาปรานี” และ “เอื้ออาทร” ต่อปลายเส้นที่ดิ่งลง...หลัง “มหาอุทกภัย 2569” อย่าลืมช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจคนละไม้คนละมือด้วยนะครับ...ขอขอบคุณล่วงหน้าอีกครั้งครับ.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม