มาถึงวันที่ห้าแล้วครับสำหรับบันทึก “ผู้ประสบภัย” จากภาวะน้ำท่วม 2569 ของผม ในฐานะประชาชนในชุมชนคลองจั่นคนหนึ่งที่เผชิญเหตุการณ์กับเขาด้วยและได้นั่งบันทึกมาแล้ว 4 วันเต็มๆผมตั้งหัวข้อสำหรับคอลัมน์วันนี้ว่า “หวังว่าจะเป็น (บันทึก) ฉบับส่งท้าย” ก็เพราะเมื่อช่วง 6 โมงเช้าของวันพุธที่ 30 กันยายนวันที่ผมนั่งเขียนบทความนี้ ผมเดินไปชะโงกที่หัวบันไดมองลงไปข้างล่างก็พบว่า ปริมาณน้ำในห้องรับแขก ห้องทำงานเลยไปถึงห้องครัวน่าจะสูงไม่เกินครึ่งเซนแปลว่าเมื่อคืนนี้น้ำลดลงไปอย่างมากจากที่เมื่อวานวัดได้17 เซน...เพียงคืนเดียวเท่านั้นเกือบจะเหลือศูนย์จากนั้นอีก 4 ชั่วโมงครึ่งให้หลังเวลาประมาณ 10.30 น. ลงไปวัดอีกทีที่ขั้นบันไดปรากฏว่า แห้งไปแล้วเรียบร้อย ทำให้ผมเผลอตัวตะโกนคำว่า “ไชโย” ออกมาดังๆพอๆกับที่ตะโกนเชียร์ “เจ้าวิว” ร.ต.ต.กุลวุฒิ วิทิตศานต์ ที่คว้า เหรียญทอง แบดมินตันชายเดี่ยว เอเชียนเกมส์ สร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการกีฬาแบดมินตันไทยได้สำเร็จเมื่อวานนี้เป็นอันว่าแสงสว่างปลายอุโมงค์ที่ผมเห็นริบหรี่ๆอยู่บ้างนั้น บัดนี้ได้เกิดภาวะอุโมงค์เปิดกว้างรับแสงเข้ามาได้อย่างเต็มที่แล้วจากนี้ไปก็ได้เวลาเตรียมตัวสำหรับกิจกรรม “บิ๊กคลีนนิ่ง” ซึ่งลูกๆและญาติสนิทมิตรสหายหลายๆคนโทรศัพท์ขันอาสามาล่วงหน้าแล้วว่ายินดีจะมาร่วมกิจกรรมอย่างไรก็ดี เนื่องจากชุมชนการเคหะคลองจั่น หรือที่เมื่อ 55 ปีก่อนโน้นเรียกว่า “อาคารสงเคราะห์คลองจั่น” มีอาณาบริเวณกว้างขวางและมีการปลูกบ้านอยู่อาศัยไว้หลายๆรูปแบบ รวมทั้งอาคาร “แฟลต” 30 อาคารที่ผมเคยเขียนเล่าเอาไว้แล้วปริมาณน้ำท่วมที่แผ่กระจายอยู่ในขณะนี้จึงสูงไม่เท่ากัน และไม่แน่ใจว่าบริเวณอื่นๆจะเป็นอย่างไรบ้าง...โดยเฉพาะตามอาคารแฟลตต่างๆที่น้ำท่วมสูงมากจนถึงหลังคารถเก๋งที่จอดไว้นับร้อยคันดังภาพที่เราเห็นในคลิปที่มีการเผยแพร่อย่างกว้างขวางมาหลายวันก่อนหน้านี้เท่าที่ทราบบริเวณด้านโน้นของชุมชนคลองจั่นจะต่ำกว่าบริเวณด้านที่ผมอาศัยอยู่พอสมควร...หากยังจะต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วมขังอยู่ ผมก็ขอให้กำลังใจและขอส่งใจไปช่วยพร้อมกับภาวนาขอให้การสูบน้ำของ กทม.ดำเนินไปอย่างได้ผล...แห้งวันแห้งคืนจากนี้ไปนะครับขณะเดียวกันก็ขอส่งกำลังใจไปยังพี่น้องชาว กทม. ทั้ง กทม.ที่ดูจากคลิปข่าวแล้วยังจมน้ำอยู่อีกมากมายหลายๆเขต เช่น ลาดกระบัง, สายไหม, คลองสามวา ฯลฯ รวมประชากรที่ยังประสบภัยพิบัติที่ต้องการความช่วยเหลือน่าจะเป็นจำนวนนับแสนๆคนฝากรัฐบาล ฝาก กทม. และทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้องโปรดช่วยดูแลสาระทุกข์สุกดิบของผู้เคราะห์ร้ายทุกๆคนอย่างทั่วถึงด้วยก็แล้วกันบันทึกมาถึงตอนนี้ก็ได้ยินเสียงฝนตกลงมาใส่หลังคาบ้านอีกกราวใหญ่ แต่เพียงครู่เดียวก็หายไป เล่นเอาผมใจไม่ดี เพราะอุตส่าห์ตั้งหัวข้อเรื่องวันนี้ว่า “ฉบับส่งท้าย” ไว้แล้วขอให้ “ส่งท้าย” จริงๆเถิดครับหลวงพ่อ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่คนไทยเคารพนับถือ...โปรดกรุณาช่วยสกัดยับยั้งอย่าให้ “ภาวะนํ้าท่วม” กลับมาอีกเลยที่ผมเคยเขียนไว้ว่ามีความสุขเหมือนไปฮันนีมูนที่โรงแรมลอยนํ้าที่ มัลดีฟส์ เพราะบ้านผมลอยนํ้าเท้งเต้งอยู่หลายวันนั้นก็เป็นการเขียนแบบ “เล่นมุก” เรียกเสียงเฮฮาปลอบใจตัวเอง และปลอบใจท่านผู้อ่านไปตามประสานักเขียนรุ่นผม...ที่เขียนดุเดือดเลือดพล่านประเภทขึ้นมึงขึ้นกู และใช้คำด่าสารพัดไม่เป็นอย่างนักเขียนเฟซบุ๊กรุ่นนี้ และอินฟลูยุคนี้จริงๆแล้วผมแม้จะปลงได้แต่จะบอกว่ามีความสุขก็คงไม่ใช่...เพราะฉะนั้นอย่ากลับมาอีกครั้งนะครับ “พี่ฝน” หรือ“น้องนํ้า” ทั้งหลาย...โปรดอย่ากลับทั้งในช่วงนี้หรือในช่วงหน้า หลังผมซ่อมบ้านเสร็จและจะขอบพระคุณอย่างยิ่งปล่อยให้หมู่บ้าน “คลองจั่น” ของเรากลับไปเป็น “คลองจั่น” อย่างที่ผ่านมาในอดีตด้วยเถิด...เข็ดแล้วจ้า “ทะเลมัลดีฟส์” อย่ากลับมาอีกเลย! ขอบพระคุณ!“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม