“อัทธ์ พิศาลวานิช” อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในช่วงวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ที่ผ่านมาว่าสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจไทยรวมประมาณ 25,000 ล้านบาท โดยเศรษฐกิจกรุงเทพมหานครกระทบมากที่สุดการประเมินนี้ทำให้แวดวงสนทนาทั่วประเทศตั้งคำถามว่าแล้วหากคิดความเสียหายทางเศรษฐกิจจากภัยธรรมชาติต่อเศรษฐกิจไทยทั้งปีนี้ หรือหลายต่อหลายสิบปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยสูญเสียไปเท่าไรแล้วจากภาวะน้ำท่วม น้ำแล้งซ้ำซาก ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย จำนวนเงินที่สูญเสียไปจะทวีคูณเพิ่มขึ้นไปอีกกี่พันกี่หมื่นเท่าตัวและที่น่าเป็นห่วงกว่านั้น คือ ภัยพิบัติในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทวีความรุนแรงมากขึ้นๆ เราได้พบปรากฏการณ์ที่ไม่เคยได้พบ ทั้งแผ่นดินไหว พายุงวงช้างที่รุนแรงมากขึ้น ปรากฏการณ์เรนบอมบ์ หรือฝนตกหนักและยาวนานเฉพาะพื้นที่ รวมทั้งซูเปอร์เอลนีโญ ภัยแล้งที่หนักระดับ XXL ที่คาดกันว่าจะเริ่มต้นในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.นี้เป็นต้นไป ซึ่งหมายความว่าวันนี้ ฝนอาจจะตกหนัก แต่พอหลังหน้าฝนครั้งนี้ผ่านไปแล้ว เราจะเจอกับภาวะแล้งอย่างรุนแรงทันทีและเมื่อพิจารณากับ “แนวทางหรือมาตรการต่างๆของรัฐ” ในการรับมือปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของรัฐบาลและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องแล้ว หากเทียบปัญหาน้ำท่วมปีนี้ กับปี 2568 ที่ผ่านมา ปีนี้ก็ยังท่วมเหมือนเดิม การแก้ไขปัญหายังเป็นแบบเฉพาะหน้า การแจ้งเตือนประชาชนก็ทำแบบไม่ได้หวังผลจริงจัง หลายครั้งแจ้งเตือนอย่างกระชั้นชิดหลายๆครั้งเมื่อไม่มี “ดราม่า” ประชาชนแค่บ่นๆแล้วก็ลืมไป หรือคิดว่าไม่รู้จะบ่นทำไม เพราะทำอะไรไม่ได้ ครั้งนี้เมื่อมี “ดราม่า” ประชาชนจำนวนมากก็กล้าที่จะออกมาแสดงความคิดเห็น ถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำท่วม น้ำแล้งที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง และคนที่รับกรรมก็คือประชาชนเพราะแม้ว่าในแต่ละปีรัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณปีละเป็นแสนล้านบาท เพื่อชดเชยผลกระทบของเกษตรกรและประชาชนจากภัยธรรมชาติ แต่เงินที่ชดเชยคิดเป็นไม่ถึงครึ่งจากความเสียหายของเกษตรกรและประชาชนที่เกิดขึ้นจริง และยังไม่รวมผลกระทบที่กดดันให้ผู้ประสบภัยต้องก่อหนี้มากขึ้นทุกครั้งหลังภัยพิบัติผ่านไปดังนั้น นอกเหนือจากแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้พ้นไปแต่ละครั้ง ภาครัฐควรจะเริ่มจริงจังกับการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ ตั้งแต่การพยากรณ์ภัยพิบัติให้มีเปอร์เซ็นต์การถูกต้องสูงที่สุด มีการแจ้งเตือนอย่างชัดเจน รวมทั้งการติดตามผลการแจ้งเตือนว่าประชาชนเชื่อถือมากน้อย หรือควรทำอย่างไรให้ประชาชนเชื่อถือมากขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือการมีแนวทางป้องกันก่อนเกิด และการรับมือหลังเกิดให้ชัด คนปฏิบัติจะได้ไม่ต้องรอ “ผู้ใหญ่” สั่งถึงจะทำงานได้อีกไม่ถึงเดือนฝนปี 2569 จะผ่านไป แต่ปีหน้าหน้าฝนของปี 2570 ก็จะกลับมา ขณะที่อีกไม่กี่เดือน ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญที่ทั่วโลกกังวลกำลังจะมาถึง ดังนั้นการรับมือล่วงหน้ากับภัยธรรมชาติภัยพิบัติจะหยุดไม่ได้ และควรจะทำให้ดีขึ้นๆ ถ้าไม่อยากให้คนไทย และเศรษฐกิจไทยเสียหายหนักกว่านี้.มิสเตอร์พีคลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม