ปัจจุบันธุรกิจบริการเรียกรถโดยสาร และบริการจัดส่งออนดีมานด์บนแพลตฟอร์มดิจิทัล (Ride–hailing) ขยายตัวอย่างมาก ตามพฤติกรรมคนไทยที่รักความสะดวกสบายและรวดเร็วจึงใช้บริการเรียกรถรับ-ส่งคน อาหาร สิ่งของ ผ่านแอปพลิเคชันอย่างกว้างขวาง มีไรเดอร์ถึงกว่า 4 แสนราย มูลค่าธุรกิจสูงถึง 45,000 ล้านบาทในปี 68 และคาดจะเพิ่มเป็น 49,000 ล้านภายในปี 72แต่ในตลาดกลับมี “ผู้เล่น” หรือผู้ให้บริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัล (แอปฯ) เพียง 2 รายใหญ่ ส่งผลให้ตลาดกระจุกตัว ผู้ให้บริการมัก “เอาเปรียบ” สร้างกฎเกณฑ์ “ไม่เป็นธรรม” กับไรเดอร์ ร้านอาหาร จนถึงขั้นร้องเรียน “สำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า” (สำนักงาน กขค.) ให้ช่วยแก้ไขและเกิดความเหลื่อมล้ำด้านต้นทุนระหว่างแท็กซี่สาธารณะที่ปฏิบัติตามกฎหมาย และกลายเป็นต้นทุนกับรถส่วนบุคคลให้บริการผ่านแอปฯที่อาจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ ไม่ขึ้นทะเบียนรถโดยสารสาธารณะ จนอาจเกิดสนามแข่งขันที่ไม่เท่าเทียม และความไม่ปลอดภัยกับผู้บริโภคข้อมูลจากสำนักงาน กขค. พบว่า ช่วงครึ่งแรกปี 69 ได้รับเรื่องร้องเรียนมากถึง 16 เรื่อง ในจำนวนนี้ 7 เรื่อง อยู่ระหว่างแสวงหาข้อเท็จจริง ส่วนอีก 9 เรื่อง ไม่อยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของ กขค. ตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560เรื่องร้องเรียน เช่น กำหนดเงื่อนไขจำกัดทางเลือกขนส่งสินค้า, จัดรายการส่งเสริมการขายโดยไม่แจ้งร้านค้าล่วงหน้า, บังคับคู่ค้าเข้าร่วมแคมเปญส่งเสริมการขาย, คืนสินค้าที่ไม่เป็นไปตามนโยบาย, เก็บค่า GP (ค่าธรรมเนียม ค่าส่วนแบ่ง ค่าคอมมิชชัน) ไม่เป็นธรรม ฯลฯ“คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า” หรือ กขค. ที่มี “รศ.สุธรรม อยู่ในธรรม” รองประธาน กขค. และรักษาการประธาน กขค. (เพิ่งปฏิบัติหน้าที่เมื่อเดือน มิ.ย.69) ได้ตั้ง “คณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางและแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับสภาพการแข่งขัน ในตลาดเรียกรถโดยสารบนแพลตฟอร์ม” โดยมี “นางวรวรรณ ชิตอรุณ” กรรมการ กขค. เป็นประธาน เพื่อเร่งแก้ปัญหาโดยเตรียมออก “ข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัล บริการเรียกรถโดยสาร และบริการจัดส่งออนดีมานด์” เพื่อยกระดับกำกับดูแลธุรกิจสำหรับข้อกำหนดมาตรฐานฯ เช่น ห้ามเรียกเก็บ GP ค่าโฆษณา และค่าโปรโมชันที่ไม่เป็นธรรม, ห้ามกำหนดเงื่อนไขจำกัดสิทธิ และบังคับราคาเท่ากันทุกช่องทาง, ห้ามออกแบบการใช้งานแพลตฟอร์มไม่โปร่งใส จนผู้ใช้งานส่งคำสั่งไปโดยเข้าใจผิด (Dark Patterns), มีมาตรฐานความปลอดภัยของยานพาหนะและไรเดอร์, ตรวจสอบยืนยันตัวตนผู้ให้บริการ ฯลฯ เพื่อความปลอดภัยผู้ใช้บริการทั้งนี้ ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์แล้วสิ้นสุดวันที่ 31 ส.ค.69 ขณะเดียวกัน ก็ได้เปิดเวทีรับฟังเสียงไรเดอร์-ร้านอาหาร และแพลตฟอร์ม ก่อนนำข้อสรุปที่ได้เสนอต่อ กขค. ในเดือน ต.ค.นี้เพื่อเดินหน้าสู่การกำกับดูแลที่โปร่งใส เป็นธรรม สร้างสนามแข่งขันที่เอื้อต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งทั้งไรเดอร์ ร้านค้า ผู้บริโภค ต่างนับถอยหลังรออย่างใจจดใจจ่อ!!ฟันนี่เอสคลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม