เมื่อวานนี้ผมเขียน “โหมโรง” ให้แก่ “งานประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุน การเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก” ประจำปี 2026 เล่าถึงที่มาที่ไปของ “ศูนย์การประชุม แห่งชาติสิริกิติ์” สถานที่จัดประชุมว่า มีความเป็นมาอย่างไรข้อเขียนของผมพาดพิงไปถึงห้าง “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” ที่ตัวแทนเจรจาขอเป็นเจ้าภาพฝ่ายไทยในอดีตใช้อ้างอิงกับไอเอ็มเอฟและเวิลด์แบงก์ว่า จะใช้ห้องประชุมใหญ่ของห้างที่มีชื่อว่า BCC Hall เป็นสถานที่ จัดประชุมผมลืมเล่าไปอย่างหนึ่งว่า ในระหว่างหาเสียงและมีการจัดงานเลี้ยง เพื่อแนะนำประเทศไทยที่จะต้องแข่งขันกับผู้เสนอตัวอีก 2-3 ประเทศนั้น ทางเซ็นทรัลได้ส่งคุณ อาภัสรา หงสกุล อดีตนางงามจักรวาลคนแรกของประเทศไทย ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเซ็นทรัลไปช่วยในการหาเสียงด้วยแหล่งข่าวรายงานว่า การปรากฏตัวของ “คุณปุ๊ก” ในค่ำคืนดังกล่าว ช่วยเพิ่มคะแนนให้แก่ประเทศไทยอย่างมากทีเดียวแต่เผอิญว่าหลังจากนั้นได้เกิดเหตุบางประการทำให้การเจรจาต่อสัญญาเช่าที่ของการรถไฟกับเซ็นทรัลต้องสะดุดหยุดลงในขณะเดียวกันทางฝ่ายรัฐบาลโดยนายกฯ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ก็ได้หารือกับ รมว.คลัง ประมวล สภาวสุ แล้วตัดสินใจ สร้างศูนย์ประชุมขึ้นใหม่ในเวลาจวนแจเพียงปีเศษๆ แต่ก็สามารถสร้างได้เสร็จก่อนกำหนดประชุมเพียง 2 เดือนเท่านั้นจริงๆแล้วในกระแสข่าวลือเป็นที่ทราบกันอย่างดียิ่งของนักข่าวที่อยู่ในยุคดังกล่าว...แต่เนื่องจากกาลเวลามันผ่านไปนานแล้วและทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นก็ดีมากๆ ผมก็ขออนุญาตไม่ฟื้นฝอยหาตะเข็บนะครับส่วนทางห้าง เซ็นทรัล นั้น ต่อมาก็เจรจากันใหม่และในที่สุดก็ได้ต่อสัญญากับการรถไฟมาจนถึงปัจจุบัน...ควบคู่ไปกับการเจริญเติบโตของกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่ง ณ ในโอกาสครบรอบ 35 ปีของการกลับมาจัดประชุมไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์ ที่ศูนย์สิริกิติ์อีกครั้งในปีนี้ต้องบอกว่าเหมือนเป็นคนละบริษัทไปเลยครับเมื่อเร็วๆนี้ผมเคยเขียนถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยช่วงหลังๆ ซึ่งเป็นรูปตัว “K” อันหมายถึงว่าคนรวยยิ่งรวยขึ้น ในขณะที่คนจนก็จนลง...ทำให้เส้น 2 เส้นที่อยู่ในตัว K ถ่างออกไปเรื่อยๆทุกขณะนักธุรกิจไทยที่อยู่ในหางตัว K ที่พุ่งขึ้นนั้น จากการจัดอันดับคนรวยของประเทศไทยปีล่าสุด 2026 เมื่อเร็วๆนี้ นิตยสารฟอร์บส์ ได้จัดให้ ตระกูลจิราธิวัฒน์ เจ้าของกลุ่มเซ็นทรัล เป็นตระกูลที่รวยเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย มีมูลค่าทรัพย์สิน 11,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 3.82 แสนล้านบาทไทยในฐานะผู้ที่ยอมรับความจริงว่าโลกเราทุกวันนี้การพัฒนาเศรษฐกิจที่ส่งผลเป็นรูปตัว K ยากที่จะหลีกเลี่ยง เมื่อจะเกิดก็ให้เกิดไป แต่รัฐบาลจะต้องเข้มแข็ง เก็บภาษีจากกลุ่มตัว K หางชี้ขึ้น อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยขณะเดียวกันผมก็เสนอความคิด “สามเหลี่ยมเมตตากรุณา” ขอให้ขีดเส้นตรงจากปลายเส้นที่พุ่งขึ้นลงมาสู่ปลายเส้นที่พุ่งลง...นั่นก็คือขอให้คนรวยช่วยคนจนให้มากขึ้น และหมั่น...สำนึกเสมอว่าสังคมใดที่หางตัว K ห่างกันมากในบั้นปลายแล้วสังคมนั้นจะเป็นสังคมที่ “อยู่ไม่สุข”พอดีการเขียนถึง...ศูนย์สิริกิติ์ทำให้ผมนึกถึงเซ็นทรัล ลาดพร้าวขึ้นมาได้...และเมื่อมาดูการพัฒนาเศรษฐกิจในช่วง 35 ปี ต่อมาหลังจาก “ห้าง” ที่เคยมีข่าวว่าจะร่วมจัดงานแต่ไม่ได้จัดงานใหญ่ของชาติครั้งโน้น (ด้วยเหตุผลอะไรก็ช่างเถอะ)กลุ่มเซ็นทรัลสามารถพัฒนาจนบัดนี้มีห้างเกือบทั่วทุกจังหวัดของประเทศไทย และเกือบทุกประเทศในอาเซียน...จึงขอปรบมือให้และขอแสดงความยินดีในความสำเร็จหากจะฝากข้อคิดอะไรไว้บ้างก็ขอฝากผู้บริหารเซ็นทรัลทุกๆท่านว่า...อย่าลืม “สามเหลี่ยมเมตตากรุณา” ลงไปช่วยคนยากจนในทุกรูปแบบให้เยอะๆก็แล้วกัน."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม