กระแสความตื่นตัวเรื่อง “Soft Power” ที่ภาครัฐ...ภาคเอกชนพยายามผลักดันอัตลักษณ์ ความเป็นไทยออกสู่สายตาชาวโลก มิติใหม่แห่งการขับเคลื่อนได้เกิดขึ้นแล้วในโลกดิจิทัล เมื่อรั้วมหาวิทยาลัยลุกขึ้นมาเปลี่ยนสนามเด็กเล่นเสมือนจริงให้กลายเป็นเวทีประลองไอเดียเยาวชนคนรุ่นใหม่โครงการ “Thailand SoftPower Roblox Game Creation Festival” พัฒนาเกมเชิงสร้างสรรค์ที่ดึงเอาแพลตฟอร์มยอดฮิต “Roblox” มาเป็นเครื่องมือแปลงทุนทางวัฒนธรรมและแก้ปัญหาสังคมสั่นสะเทือนวงการศึกษาและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เมื่อวิทยาลัยครีเอทีฟดีไซน์ แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (ANT-DPU) จับมือร่วมกับพันธมิตรสำคัญ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมในยุคที่เกมออนไลน์ถูกมองเป็น “ดาบสองคม” การผลักดันให้เยาวชนก้าวข้ามจากการเป็นแค่ “ผู้เล่น” มาสู่การเป็น “ผู้สร้างสรรค์” คือหัวใจสำคัญในการสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางปัญญา”น่าสนใจว่า...โครงการครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การเขียนโค้ดหรือการออกแบบกราฟิกบนโรบล็อกซ์ สตูดิโอเท่านั้น หากแต่ยังขยายผลชูธง “ซอฟต์พาวเวอร์ไทย” ตีความผ่านมุมมองร่วมสมัยสู่ระดับโลก เปิดพื้นที่ให้เยาวชนในระดับมัธยมศึกษา อุดมศึกษา และบุคคลทั่วไปกว่า 120 คน จาก 51 ทีม ได้ประลองฝีมือในการนำ “อัตลักษณ์ความเป็นไทย” ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม ประเพณี อาหาร มวยไทย นิทานพื้นบ้าน และวิถีชีวิต มาตีความใหม่ผ่านองค์ประกอบในเกม “Roblox (โรบล็อกซ์)”“เด็กคนไหนไม่รู้จัก Roblox บ้าง” ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดมุมมองไว้เมื่อ 27 กรกฎาคม 2569 บอกว่า ปัญหาส่วนใหญ่ของพ่อแม่ที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้คือลูกติดเกม โดยเฉพาะเกม Robloxที่จริง Roblox เป็นแพลตฟอร์มที่มีเกมย่อยหลายล้านเกม (Experiences) ซึ่งผู้เล่นทั่วโลกสามารถสร้างเกมและเล่นร่วมกันได้ เด็กๆสามารถแต่งตัวละคร พูดคุยกับเพื่อน สร้างบ้าน แข่งรถ เอาตัวรอด หรือแม้แต่เรียนรู้การเขียนโปรแกรมเบื้องต้นผ่าน Roblox Studioว่าที่จริง Roblox ก็มีข้อดี เด็กสามารถสร้างโลกของตนเอง ฝึกการออกแบบ การแก้ปัญหา และการคิดเชิงตรรกะ ผู้ที่สนใจ สามารถเรียนรู้การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ฝึกการทำงานร่วมกัน กับเพื่อน เป็นทีม รู้การสื่อสาร ฝึกภาษาอังกฤษ เกมส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษได้โดยธรรมชาติแต่อย่างไรก็ตามข้อเสียก็มีมาก เสียเวลาไปอยู่กับเกม วันละหลายชั่วโมง ไม่ทำการบ้าน นอนดึก ทำให้ผลการเรียนลดลง การกลั่นแกล้ง คำหยาบ คนแปลกหน้าชวนคุย เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในบางเกมคำถามสำคัญมีว่า...แล้วผู้ปกครองจะแก้ปัญหาได้อย่างไร จะให้เด็กเลิกเล่น Roblox ได้อย่างไร?คำตอบคือ...การห้ามเล่นทันทีมักไม่ได้ผล และอาจทำให้เด็กแอบเล่นแทน วิธีที่ได้ผลกว่าคือ กำหนดเวลาเล่น เช่น วันเรียน 30-60 นาที วันหยุด 1-2 ชั่วโมง เล่นหลังทำหน้าที่เสร็จ เช่น ทำการบ้าน อาบน้ำ อ่านหนังสือ ช่วยงานบ้านจึงจะเล่นเกมได้ ไม่ซื้อ Robux ทุกครั้งที่ขอ ควรอธิบายว่า Robux คือเงินจริงของครอบครัว สำหรับโครงการที่ว่านี้ “สงกรานต์ Shooting Game” By BloxySibling หนึ่งในทีมที่ได้รับรางวัลชมเชย ระดับมัธยมศึกษา แนวเกมยิงปืนที่มีแต่ความรุนแรง แต่เปลี่ยนเป็น “เล่นน้ำสงกรานต์” ทำให้ได้ทั้งประสบการณ์และความสนุกสื่อสะท้อนประเพณีวัฒนธรรมสงกรานต์เอาไว้ในตัวเกมได้มากทีเดียวทั้ง...การสาดน้ำ การเล่นแป้ง บรรยากาศแห่งความเป็นไทยฯลฯทีมนี้มีสมาชิก 2 คน พิชญาดา วงษ์ฟัก “ฮาน่า” ชั้น ม.5 และ พิชญ์ วงษ์ฟัก “ฮีโน่” ชั้น ม.3 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย มี เอราวัณ ดำภูผา เป็นครูที่ปรึกษา“Roblox” ผนึก “Soft Power” ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของนวัตกรรมล้ำสมัย เสียงสะท้อนจากสองพี่น้อง “สงกรานต์ Shooting Game” บอกว่า โรบล็อกซ์เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในการเผยแพร่และสืบสานวัฒนธรรมไทยในรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับยุคสมัยการนำเสนอเกมแนวยิง...ชูตติ้งออกมาได้แบบไม่มีความรุนแรงใดๆเลย และยังชูเอกลักษณ์ ประเพณีสงกรานต์ที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไทย ถือเป็นทิศทางที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะโอกาสในการต่อยอดไปสู่อีสปอร์ต นับว่าเป็นการเปิดพื้นที่ให้ไอเดียคนรุ่นใหม่ได้โลดแล่นและผลักดันวัฒนธรรมไปสู่ระดับสากลตอกย้ำ...การนำมรดกทางวัฒนธรรมไทยมาผสานกับเทคโนโลยีเกมมิ่ง เปิดประตูพาวัฒนธรรมไทยก้าวข้ามขีดจำกัดแบบเดิมๆ ผู้เล่นจากทั่วทุกมุมโลกสามารถเข้ามาสัมผัส สวมบทบาท และเรียนรู้ความเป็นไทยผ่านประสบการณ์เชิงโต้ตอบได้อย่างแนบเนียน ทรงพลังกว่าการท่องจำตำราเรียนหรือดูสื่อทางเดียวความมุ่งมั่นของ “ANT–DPU” ในการติดอาวุธทางปัญญาให้แก่เยาวชน ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างเข้มข้น ทั้งการใช้เครื่องมือ Terrain Tool, Toolbox และการออกแบบกลไกเกมจากคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างทักษะที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ ทั้งการคิดเชิงตรรกะ การแก้ปัญหา และความคิดสร้างสรรค์สอดรับกับความต้องการของ “อุตสาหกรรมเกม” และ “ดิจิทัลคอนเทนต์” ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในตลาดโลกปรากฏการณ์จากรั้ว DPU ในครั้งนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า เมื่อภาครัฐ สถาบันการศึกษา และพลังของคนรุ่นใหม่หันมาจูงมือกันเดินไปในทิศทางเดียวกัน “เกม”...จะไม่ใช่เพียงเครื่องมือฆ่าเวลาอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นสะพานเชื่อมโยงภูมิปัญญาไทย สู่การสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมที่สำคัญ ยังสามารถขับเคลื่อน “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ของประเทศให้ผงาดขึ้นบนเวทีโลกได้อย่างภาคภูมิ.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม