พูดถึงจันทบุรี คนส่วนใหญ่นึกถึงทุเรียน มังคุด ลำไย พริกไทย และพลอย แต่ภายใต้ภูเขา ป่าไม้ และสวนผลไม้อันเขียวขจี ยังมีเรื่องราวทางธรณีวิทยาและทรัพยากรธรรมชาติที่น่าสนใจพื้นที่บางส่วนของ อ.แก่งหางแมว มีแร่ทองคำ เรื่องนี้เคยกลายเป็นประเด็นเมื่อ บจก.ริชภูมิ ไมนิ่ง ยื่นขออาชญาบัตรพิเศษเพื่อสำรวจแร่ทองคำ เลขที่ 8/2549 และ 9/2549 ในพื้นที่ ต.พวาและ ต.สามพี่น้อง 14,650 ไร่คำขอได้รับการจดทะเบียนก่อน พ.ร.บ.แร่ 2560 มีผลบังคับใช้ ต่อมา สนง.อุตสาหกรรมจังหวัด ปิดประกาศคำขอให้ประชาชนทราบเมื่อ 27 สิงหาคม 2563 เท่านั้นเองครับ 9 กันยายน 2563 คนมากกว่า 1,500 คน รวมตัวกันคัดค้าน มีการรวบรวมรายชื่อผู้คัดค้านมากกว่า 157,000 รายชื่อ เพราะพื้นที่อยู่ใกล้ผืนป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออกและลุ่มน้ำคลองวังโตนด ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำสำคัญ ชาวบ้านกังวลว่าจะส่งผลต่อดิน น้ำ ป่าไม้ สัตว์ป่า และพื้นที่เกษตรกรรมที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจจันทบุรี ต.เขาพลอยแหวน อ.ท่าใหม่ เป็นบริเวณหินภูเขาไฟบะซอลต์และเป็นแหล่งพลอยสำคัญของจันทบุรี หินหนืดในอดีตได้นำผลึกแซปไฟร์และคอรันดัมจากใต้ผิวโลกขึ้นมา เมื่อหินบะซอลต์ผุพังตามธรรมชาติเป็นเวลายาวนาน จึงเกิดชั้นดินและบริเวณสะสมของพลอยแหล่งพลอยสำคัญของจันทบุรีมีทั้งที่เขาพลอยแหวน เขาวัว บางกะจะ บ่อเวฬุ และตกพรม พลอยจันทบุรีมีทั้งแซปไฟร์ ทับทิม บุษราคัม รวมถึงอัญมณีชนิดอื่น นี่จึงเป็นความลับใต้ดินที่คนเมืองจันท์นำขึ้นมาสร้างอาชีพและชื่อเสียงให้จังหวัดมายาวนานมีแหล่งน้ำสมบูรณ์ จันทบุรีมีแม่น้ำสำคัญตามธรรมชาติ 4 สาย สายแรกคือ แม่น้ำจันทบุรีที่มีต้นกำเนิดจากเขาสอยดาวใต้ อ.โป่งน้ำร้อน รวมถึงต้นน้ำจากเขาสามง่ามและเขาชะอมใน อ.มะขาม ไหลผ่าน อ.เมืองจันทบุรี ก่อนออกสู่อ่าวไทยบริเวณ อ.แหลมสิงห์ (มีความยาว 123 กม.)สายที่สองคือแม่น้ำพังราด เกิดจากลำน้ำสายสั้นๆในเขต อ.แกลง จ.ระยอง และ อ.นายายอาม จ.จันทบุรี ไหลมาบรรจบกัน ก่อนออกสู่ปากน้ำพังราด เป็นส่วนหนึ่งของแนวเขตระหว่างจันทบุรีกับระยอง (30 กม.)สายที่สามคือแม่น้ำเวฬุ มีต้นกำเนิดจากเขาชะอม เขามะกอก และเขาสระบาป ไหลผ่าน อ.ขลุง ออกสู่ทะเลเกาะจิก (88 กม.)และสายที่สี่คือแม่น้ำวังโตนด มีต้นน้ำจากบริเวณเขาสีเสียดและเขาชะมูลใน อ.แก่งหางแมว ก่อนออกสู่ทะเลบริเวณบ้าน ปากน้ำแขมหนู อ.ท่าใหม่ (ช่วงแม่น้ำสายหลักยาว 6 กม. แต่พื้นที่ลุ่มน้ำและเครือข่ายคลองสาขากว้างใหญ่กว่าตัวเลขความยาวของแม่น้ำมาก)จันทบุรีมีแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่เป็นเสมือนธนาคารน้ำของจังหวัด เช่น อ่างเก็บน้ำคลองศาลทราย ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฏ (ความจุ 10 ล้าน ลบ.ม.) อ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน (70.51 ล้าน ลบ.ม.)อ่างเก็บน้ำคลองประแกด ต.พวา อ.แก่งหางแมว (60.26 ล้าน ลบ.ม.) เขื่อนคีรีธาร ต.บ่อเวฬุ อ.ขลุง (75.83 ล้าน ลบ.ม.) และเขื่อนพลวง ต.พลวง อ.เขาคิชฌกูฏ (80.18 ล้าน ลบ.ม.) รวมความจุ 296.78 ล้าน ลบ.ม.จะเป็นเรื่องน่าเศร้าขนาดไหน หากน้ำถูกนำจากจันทบุรีไปใช้ในโครงการของนักลงทุนต่างชาติในจังหวัดใกล้เคียง เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) โรงงานเซมิคอนดักเตอร์/ผลิตชิปที่ต้องใช้ ultrapure water หรือน้ำบริสุทธิ์สูงสำหรับล้างเวเฟอร์และกระบวนการผลิต รง.ผลิตแบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้า และนิคมอุตสาหกรรมพวกนี้เป็นโครงการที่ได้รับอนุมัติเพื่อขอรับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอและบางโครงการกำลังขออนุมัติคนพม่าได้ค่าแรง นักลงทุนต่างชาติได้กำไร คนจันท์ (และคนไทย) ได้อะไร?คนในรัฐบาลบอกว่า อ้า เรากำลังจะทำเขื่อนเก็บน้ำไว้ใช้รดทุเรียนให้นะจ๊ะอย่าเอาเรื่องน้ำรดทุเรียนมาหลอกกันเลยหนูกินข้าวเปลือกคนจันท์กินข้าวสุก ผ่านทั้งสี ทั้งซาว ทั้งหุงเรื่องไหนจริง เรื่องไหนหลอก คนจันท์เขาดูออก.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม