สภากาชาดไทยเผยยอดผู้ติดเชื้อเอชไอวีส่อทะลุ 5.5 แสนราย ห่วงกลุ่มวัยรุ่น 15-24 ปีเสี่ยงสูง แนะสถานศึกษาปรับสอนเพศสัมพันธ์ปลอดภัย พร้อมรุกขยายคลินิกชุมชนเพื่อเข้าถึงกลุ่มเสี่ยงรศ.นพ.โอภาส พุทธเจริญ รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อเอชไอวีในปัจจุบันว่า คาดการณ์ว่าปี 2569 มียอดผู้ติดเชื้อประมาณ 557,993 คน ซึ่งเป็นยอดสะสมต่อเนื่องมาหลายปี ไม่ใช่ผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมด แต่ก็จะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีการตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อที่ไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อ ที่คาดว่ามีประมาณเกือบ 60,000 คน รวมกับผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งคาดการณ์ว่ามีปีละ 8,000-9,000 คน โดยกลุ่มที่น่าเป็นห่วงและถือว่าอยู่ในสถานการณ์วิกฤติคือ กลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี โดยพบว่าสาเหตุที่ผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่ลดลง เพราะมีความรู้เกี่ยวกับเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ไม่เพียงพอ หลายคนประเมินว่าตนเองไม่มีความเสี่ยงจึงไม่ป้องกัน ทั้งต้องเร่งรณรงค์ให้ประชาชนรู้ถึงสถานะของตนเอง หากมีผลเป็นบวกก็จะได้เข้าสู่การรักษาเพื่อลดโอกาสการแพร่เชื้อต่อไป ขณะที่การให้ความรู้กับกลุ่มวัยเรียนวัยรุ่นในสถานศึกษาก็ต้องปรับเปลี่ยน จากเดิมที่จะสอนให้เด็กว่ายังไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ แต่ปัจจุบันต้องยอมรับความจริงว่าการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องปกติ และเด็กมีเพศสัมพันธ์เร็วและบ่อยขึ้น ดังนั้นสังคมจึงต้องสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย การเรียนการสอนเรื่องเพศศึกษาที่ปรับให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน การพกถุงยางอนามัย ไม่ใช่เรื่องที่พ่อแม่ต้องตำหนิ รวมถึงการตั้งตู้ถุงยางอนามัยในโรงเรียน การให้ความรู้เรื่องยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ หรือยาเพร็พ PrEP และยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ หรือยาเป็บ PEP รวมถึงยาป้องกันแบบฉีด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะมียาป้องกันที่ดี ยารักษาที่มีประสิทธิภาพ แต่สิ่งที่ควรต้องสื่อสารถึงวัยรุ่น วัยเรียนและทุกคนคือการไม่ติดเชื้อเอชไอวีเป็นสิ่งที่ดีที่สุด“แนวทางสำคัญที่ควรเร่งดำเนินการ คือ การขยายบริการป้องกันและตรวจหาเชื้อออกจากโรงพยาบาลไปสู่ชุมชน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ไม่กล้าเข้ารับบริการในสถานพยาบาล รวมถึงการจัดบริการเชิงรุก เช่น คลินิกชุมชนและหน่วยเคลื่อนที่ ซึ่งเป็นโมเดลที่ประเทศไทยดำเนินการแล้วและเห็นผลดี” รศ.นพ.โอภาสกล่าว.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่