ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาเราเห็นได้เป็นที่ประจักษ์ที่ว่า ผบช. และ ผบก. หน่วยไหน มีส่วนร่วมขับเคลื่อน “เนื้องาน” อย่างมีประสิทธิภาพ หน่วยงานไหนที่ไม่มีผลงานออกมาเลย มีแต่เรื่องฉาวโฉ่ ลูกน้องไม่ทำงานให้บาง บช.มีแต่ข่าวเรื่องราว “เสื่อมเสีย” เรียกรับเงิน ปล่อยให้มีบ่อนการพนัน ทำงานแบบสบายๆ รอวันเกษียณ แต่ผลงานไม่มีหรือมีน้อยมาก หน่วยไหนที่ได้ ผบช.คนหนุ่มไฟแรง ได้เห็นผลงานปรากฏเป็นที่ประจักษ์วาระแต่งตั้งปีนี้ต้องมาคอยลุ้นกันตั้งแต่การคัดเลือกว่าที่ ผบ.ตร. “ผู้นำองค์กร” ตำรวจวาดฝันต้องการผู้นำที่มานำหน่วยได้จริง ทำงานได้ทั้งแบบบุ๋นและบู๊ “มือประสานสิบทิศ” ใจถึงพึ่งได้ กล้าตัดสินใจ ที่สำคัญต้องไม่ทิ้งลูกน้องหัวใจสำคัญอยู่ที่ตำแหน่งหลัก ผบช. ผู้รับนโยบาย ตร.และรัฐบาล นำไปปฏิบัติ ต้องทำงานได้ ทำงานเป็น เข้าถึงลูกน้อง เข้าใจประชาชน ทำงานสนองนโยบายได้ ไม่ใช่กลุ่มนักวิ่ง กลุ่มที่มีเส้นสาย แต่งานการไม่ทำไม่อยู่หน่วยวิ่งเกาะผู้มีอำนาจเท่าที่ติดตามผลงาน รอง ผบช.ที่มีผลงานต่อเนื่อง พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุราธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 ไม่รู้ผลงานมีผลต่อการแต่งตั้งหรือไม่ต้องรอวัดใจ นายกรัฐมนตรี ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. “บอร์ดกลั่นกรอง ตร.” อยากได้มี “คนทำงาน” สนองนโยบายรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็น “นาย” ลูกน้องตำรวจ ประชาชนศรัทธา คนที่มาเป็น ผบช. ปัญหาใหญ่ของชาติหลายเรื่องจำเป็นต้องได้ ผบช.ที่มีกึ๋นมาขับเคลื่อนนโยบาย ดูแลคนไทยไม่ให้อยู่อย่างหวาดผวา นำตำรวจในหน่วยทำงาน ไม่ใช่คิดแต่งตั้งตาม “เส้นสาย” แต่ทำงานไม่เป็น ลูกน้องไม่ยอมรับ เลือก “นักวิ่ง” เอาใจนาย ไม่เอาลูกน้อง งานไม่ออก เป็นคราวซวยของคนไทย รัฐบาลอยู่ยากมีให้เห็น “เน่าเหม็น” ปีที่ผ่านมา.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม