ยิ่งชัดขึ้น ผลโพลครั้งที่ 3 ที่ออกมา “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยังนำ ผู้สมัครทุกคน ที่สำคัญคือคะแนนนิยมสูงขึ้นเป็นลำดับ นอกจากนั้นประชาชนยังเห็นว่าต้องการเลือก ส.ก.ที่เป็นอิสระมากกว่าสังกัดพรรคพูดง่ายๆว่ายังอยู่ในจุดเดิมที่สะท้อนอีกอย่างคือจำนวนผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจว่าเลือกใครก็ลดน้อยลง แสดงว่ามีการตัดสินใจแล้วมากกว่าเดิมถ้ากาบัตรวันนี้ก็ชี้ไปที่ “ชัชชาติ” ได้เลยว่ายังรักษาเก้าอี้เอาไว้ได้ที่น่าแปลกใจก็คือผู้สมัครจากพรรคประชาชนและประชาธิปัตย์แทนที่จะหาเสียงมากขึ้น คะแนนนิยมที่จะได้ เพิ่มมากขึ้นกลับลดลงก็แสดงว่าการหาเสียง หรือนโยบายที่ประกาศไปนั้นไม่สามารถจูงใจคนกรุงเทพฯได้แม้แต่น้อย อันแสดงให้เห็นว่าพวกเขารักเดียวใจเดียวนโยบายจากพรรคอื่นไม่มีความหมายการหาเสียงของแต่ละคนนั้นก็ไม่ต่างกันคือเดินไปใน พื้นที่ต่างๆทุกวัน หรือจะพูดว่าทุกคนเอาการเอางานเป็นอย่างยิ่งนอกจากตัวผู้สมัครแล้ว ยังนำคนเด่นคนดังของพรรคไปโชว์ตัวด้วยแต่ก็ไม่เป็นผล...พรรคประชาชนนั้นมีเครือข่ายทุกพื้นที่ เนื่องจากมี สส.ครบทุกเขต ได้เปรียบผู้สมัครคนอื่นๆ แต่ก็ไม่สามารถสร้างคะแนนได้ยิ่งไปกว่านั้น ผู้สมัครที่มุ่งโจมตี “ชัชชาติ” ในประเด็น การทุจริตอย่างที่เรียก “ระบบอากง” ก็ไม่สามารถโน้มน้าวใจได้เพราะไม่มีคนเชื่อ!และไม่สามารถนำพยานหลักฐานมาตีแผ่ให้เห็นกันจะๆได้กลายเป็นว่าทำลายกันทางการเมืองขณะที่ “ชัชชาติ” ไม่ตอบโต้ ยืนยันให้นำหลักฐานมา เปิดกันเลย แต่ก็ไม่มีใครนำมาแสดงได้ คะแนนนิยมก็เลยไหลกลับไปเพิ่มให้ “ชัชชาติ” อีกจนถึงวันนี้ผู้สมัครบางพรรคจะพูดว่าการเลือกตั้งก็เป็นแบบนี้แหละ โพลออกมาอย่างหนึ่งแต่คะแนนจริงจะเป็นอีกแบบหนึ่งคือไม่รู้จะแกล้งอย่างไรแล้วได้แต่ปลอบใจตัวเองเท่านั้นทำไปทำมาการเลือกตั้งครั้งนี้แทนที่จะได้เห็นการต่อสู้กัน อย่างสูสีผลัดกันรุกผลัดกันรับ ใครมีอะไรดีเอามาแข่งกันกลายเป็นว่าเห็นผู้ชนะตั้งแต่ยังไม่กาบัตร ก็เลยกร่อยไป...ไม่สมกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯเมืองหลวงเพราะคนกรุงเทพฯตัดสินไปแล้ว!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม