กทม. วางแนวทางมาตรฐานอาหารนักเรียน ใช้ระบบ Thai School Lunch คุมโภชนาการ สั่งโรงเรียนครัวกลางเก็บตัวอย่างอาหาร 3 วัน พร้อมเร่งสกัดภาวะโรคอ้วนในเด็กเชิงรุกน.ส.พิศมัย เรืองศิลป์ ผอ.สำนักการศึกษา เปิดเผยว่า สำนักการศึกษา (สนศ.) เดินหน้ายกระดับสุขภาวะเด็กนักเรียน จึงวางแนวทางปฏิบัติมาตรฐานเดียวกันในสถานศึกษา โดยให้จัดเก็บข้อมูลโภชนาการตามโครงการความร่วมมือ Bangkok, City for Better Health เพื่อสร้างความมั่นใจว่านักเรียนในสังกัด กทม.จะได้รับประทานอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม จึงกำหนดขั้นตอนประจำวัน ตั้งแต่การกดรับวัตถุดิบในระบบ Thai School Lunch for BMA การบันทึกภาพและข้อมูลการรับอาหารเช้า-กลางวันผ่าน TSL Check จนถึงการกดรับอาหารปรุงสำเร็จผอ.สำนักการศึกษา กล่าวต่อว่า ส่วนมาตรการสำหรับโรงเรียนที่เป็นครัวกลาง จะต้องมีการจัดเก็บตัวอย่างอาหารทุกมื้อและทุกวันในปริมาณ 300 กรัม สำรองไว้เป็นเวลา 3 วัน เพื่อตรวจสอบ นอกจากนี้ ทุกโรงเรียนในสังกัด ต้องมีการประเมินสุขาภิบาลอาหารผ่านระบบ ภาคเรียนละ 1ครั้ง รวมทั้งมีการวิเคราะห์และตรวจสอบคุณภาพอาหารอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะโรงเรียนที่เป็นครัวกลาง ต้องตรวจทั้งด้านเคมีและจุลินทรีย์ เดือนละ 1 ครั้ง ส่วนโรงเรียนทั่วไปตรวจเฉพาะด้านจุลินทรีย์เดือนละ 1 ครั้ง ตลอดจนยังมีการให้ความรู้เกี่ยวกับการเก็บตัวอย่าง เพื่อวิเคราะห์หาเชื้อจุลินทรีย์และสารปนเปื้อนทางเคมีในอาหารประเภทต่างๆ เช่น การตรวจหาบอแรกซ์ในเนื้อสัตว์, ฟอร์มาลินในอาหารทะเล และสารฟอกขาวในผักผลไม้ ขณะเดียวกันเร่งตรวจจับ และป้องกันภาวะโรคอ้วนในกลุ่มเด็กนักเรียน ในเชิงรุก เพราะโรคอ้วนในกลุ่มเด็กนักเรียน ถือเป็นวาระสำคัญของยุคปัจจุบัน จากข้อมูลชี้ว่าผู้ใหญ่ในกรุงเทพฯ เป็นโรคอ้วนถึง 50% และในเด็กน่าจะเกินกว่า 20% แต่การแก้ปัญหาเรื่องน้ำหนักเด็ก ไม่สามารถใช้กฎระเบียบไปบังคับได้ แต่ต้องเริ่มจากการสร้างพฤติกรรมที่ดี โดยมีครู เป็นต้นแบบดูแลสุขภาพไปพร้อมกันด้วย.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่