ท่านผู้อ่านคงจะทราบกันดีแล้วว่านับแต่อดีตกาลนานมาจากอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ คนไทยเราได้ใช้ “เทศกาลสงกรานต์” เป็นช่วงของการเปลี่ยนปี และเฉลิมฉลองปีใหม่ในช่วงกลางเดือนเมษายนมาโดยตลอดจนถึง พ.ศ.2432 ในหลวงรัชกาลที่ 5 จึงทรงเปลี่ยนมาใช้วันที่ 1 เมษายนของทุกปีเป็นวันขึ้นปีใหม่ของประเทศไทย และใช้อยู่จนถึง พ.ศ.2484 รัฐบาลไทยโดย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ก็ตัดสินใจเปลี่ยนวันปีใหม่ไทยเข้าสู่ระบบสากล ใช้วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2484 เป็นวันขึ้นปีใหม่ปีแรก และใช้เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ขณะเดียวกันประชาชนชาวไทยทั่วไทยก็ยังนิยมใช้เทศกาลสงกรานต์ในการเฉลิมฉลองปีใหม่แบบไทยๆเอาไว้ ส่งผลให้คนไทยเราโชคดีมีโอกาสเฉลิมฉลองปีใหม่ปีละ 2 หน ด้วยประการฉะนี้สำหรับการฉลองปีใหม่แบบสากล 1 มกราคมนั้น จากการจัดงานแบบธรรมดาๆ ฉลองปีใหม่แบบใหม่ที่คนไทยยังไม่คุ้นเคย...ก็ปรากฏว่าเราค่อยๆพัฒนาการจัดงานจนยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆมีการยิงพลุ มีการประดับไฟ จนล่าสุดมีการถ่ายทอดสดงานเคาต์ดาวน์ของประเทศไทยออกไปทั่วโลก จาก เซ็นทรัลเวิลด์ จาก ไอคอนสยาม จาก พระปรางค์วัดอรุณฯ ถือเป็น 1 ในไฮไลต์ของการฉลองปีใหม่ที่ชาวโลกติดตามปีล่าสุดคงจำได้ CNN ถึงขนาดยกทีมมาปักหลักถ่ายทอดสดงานเคาต์ดาวน์ในภูมิภาคเอเชีย ณ ประเทศไทยของเราในขณะที่การจัดงานปีใหม่แบบไทยโบราณในเดือนเมษายนก็ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ...และพัฒนาขึ้นเรื่อยๆเช่นกันจากงานธรรมดาที่มีทุกพื้นที่ทั่วไทยตั้งแต่หมู่บ้าน ตำบลขึ้นมาถึงระดับอำเภอและระดับจังหวัด ในที่สุดเทศกาลสงกรานต์ของเราก็ขึ้นมาเป็นเทศกาลสงกรานต์ในระดับโลกหรือ “World Water Festival” ที่กล่าวขานถึงทั่วโลกในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมานี้รวมทั้งปีนี้ 2569 ซึ่งเป็นปีแห่งความทุกข์ยากของชาวโลก เพราะสงครามตะวันออกกลางที่เริ่มจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ กับอิสราเอล ส่งผลให้ราคานํ้ามันพุ่งขึ้นอย่างกระฉูด...กระทบถึงภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกประเทศไทยเราก็เจอเข้าอย่างจัง ราคานํ้ามันขึ้นอย่างชนิดชวนให้ขนหัวลุก ทำให้วิตกกันว่าสถานการณ์ปีนี้จะกร่อยแน่นอน...นักท่องเที่ยวทั่วโลกจะมาบ้านเราน้อยลงที่ไหนได้ ผลกลับปรากฏว่าเทศกาลสงกรานต์ทั่วไทยปี 2569 กลับสนุกสนานคึกคัก และยิ่งใหญ่ทั่วประเทศ มีผู้คนออกมาเฉลิมฉลองไม่แพ้ปีที่ผ่านๆมานักท่องเที่ยวจากต่างประเทศก็มิได้ลดลงเลย เข้ามาท่องเที่ยวในช่วงนี้กว่า 600,000 คน มากกว่าปีที่แล้วเสียด้วยซํ้าสุวรรณภูมิ แตก ผู้โดยสารแน่นเอี้ยด, สีลม แตก, ถนนข้าวสาร แตก, ราชประสงค์ แตก, สยามสแควร์ แตก ฯลฯ รวมไปถึงจังหวัดใหญ่ๆทั่วไทยก็พลอยแตกไปด้วยโดยเฉพาะ เชียงใหม่ ที่คนห่วงใยเรื่อง PM 2.5 มาแต่ต้น ก็แน่นระเบิดและสนุกสุดๆ...หาดใหญ่ ที่เราห่วงว่านักท่องเที่ยวมาเลเซียจะไม่มาเพราะกลัวจะไม่มีน้ำมันเติมรถยนต์ ก็กลับมาแบบทะลุเป้าเห็นนักท่องเที่ยวสนุกสนานตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืนในสไตล์ “หาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์” แล้วผมก็พลอยปลื้มใจและมีความสุขแทนพี่น้องชาวหาดใหญ่จนน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัวขอบันทึกไว้ด้วยความภูมิใจในประเทศไทยและคนไทย ที่ช่วยกันทำนุบำรุงรักษาและพัฒนาเทศกาลสงกรานต์ หรือเทศกาลปีใหม่แบบไทยๆ จนกลายเป็นเทศกาลระดับโลกดังภาพที่เห็น และเชื่อว่าจะยิ่งใหญ่ต่อไปตราบกาลนิรันดร์ขอบคุณชาวโลกที่ติดตามข่าวสงกรานต์ไทยอย่างใกล้ชิดและขอบคุณนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ยังรัก หลงใหลและอยากมาสัมผัสสงกรานต์ไทย แม้ในวันยากลำบากราคาเครื่องบินแพงหูฉี่อย่างทุกวันนี้Thank You หลายๆเด้อครับทุกท่านที่มาเยือนประเทศไทย.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม