อ่านสามก๊กตั้งแต่ฉบับ เจ้าพระยาพระคลัง (หน) มานานปี กว่าจะรู้ สามก๊กฉบับนี้ “หลอก้วนจง” คนปลายราชวงศ์หยวน เอาพงศาวดารมาใส่สีตีไข่ แต่งเป็น “นิยาย” ว่ากันว่าเป็นเรื่องเท็จเจ็ด มีเรื่องจริงแค่สามสนุกกับนิยายสามก๊กแล้ว คนรุ่นหลังเพิ่งตั้งคำถาม แล้วประวัติเรื่องราวของหลอก้วนจง...เล่า?เปิดหนังสือเล่มหลอก้วนจง ผู้ให้กำเนิดสามก๊ก (บุญศักดิ์ แสงระวี แปล แสงดาว พิมพ์ พ.ศ.2563) อือ! โลดโผนพิสดาร...ไม่น้อยกว่า เรื่องที่เขาแต่งสักเท่าไหร่? เลยลองอ่านเรื่องเติมตัวอักษรขีดเดียว ช่วยชีวิตคนได้...ดูในเมืองซูโจว มีเศรษฐีอิทธิพลชื่ออู๋กุ้ย นิสัยเจ้าชู้มักมาก วันหนึ่งเขาไปร้านหนังสือ ฟังศิลปินผู้เล่าชื่อหลี่เอ๋อ แต่วันนั้นเขาไม่สนใจฟังเรื่องหนังสือ เพราะสะดุดตาบุตรสาวศิลปินผู้เล่า...สวยหยดย้อย ที่นั่งข้างบิดารุ่งขึ้นอู่กุ้ยไปที่บ้านหลี่เอ๋อ บอกว่าวันรุ่งขึ้นให้ไปเล่าหนังสือให้ฟังที่บ้าน ด้วยค่าจ้างสามตำลึง วันนัดหลี่เอ๋อก็ไป แต่ผิดคาดอู่กุ้ยไม่อยู่บ้าน เขานั่งรออยู่นานถึงหนึ่งชั่วยาม อู่กุุ้ยผู้จ้างก็ยังไม่กลับ จึงเดินกลับบ้านตัวเองที่แท้อู่กุ้ยใช้อุบายล่อเสือออกจากถ้ำ พอหลี่เอ๋อออกจากบ้าน เขาก็เดินสวนไปที่บ้านหลี่เอ๋อ เจอสาวหลี่ ก็ทำทีเป็นถาม “บิดาเจ้าไปไหน?” สาวตอบไม่กี่คำ อู่กุ้ยก็ลวนลาม จับโน่นจับนี่ สาวหลี่ตกใจ วิ่งหนีเข้าไปในห้องอู่กุ้ยตามเข้าไปปล้ำจะข่มขืน สาวหลี่ตระโกนร้องให้คนช่วยเดชะบุญ หลี่เอ๋อพ่อสาวหลี่ กลับมาถึงบ้าน ก็ตรงเข้าไปช่วยทั้งด่าว่า อู่กุ้ยโกรธชกหลี่เอ๋อ ล้มคว่ำลงกับพื้น แล้วกระโดดนั่งคร่อมต่อยซ้ำสาวหลี่หันรีหันขวาง วิ่งไปคว้ามีดผ่าฟืน ฟันโครมเข้าหัวเศรษฐีบ้ากามหัวแบะตายคาที่เหตุการณ์นี้ เกิดขี้นต่อเนื่อง...นาน มีชาวบ้านรู้เห็นมากมาย แต่ข้อหาฆ่าคน โดยเฉพาะเศรษฐีใหญ่ เจ้าหน้าที่จับสองพ่อลูกมัดมือไพล่หลัง นำไปคุมขังที่ทำการอำเภอ...รอการพิจารณาโทษช่วงเวลานั้น หลอก้วนจง เข้าเวรผู้ตรวจราชการอำเภอซูโจว เขาสอบปากคำพยาน...หลายปากให้การตรงกัน เศรษฐีอู่กุ้ย ไม่เพียงมีการกระทำต่ำช้ากับสองพ่อลูกเท่านั้น ยังก่อกรรมทำเข็ญกับชาวบ้านอื่นๆอยู่เรื่อยๆแต่อิทธิพลเงินช่วยให้เขาพ้นผิดมาได้ทุกครั้งหลอก้วนจงอ่านคำฟ้องคดีโดยละเอียด แม้รู้ว่าอู่กุ้ยจะก่อเหตุเลวทราม แต่ความผิดฐานฆ่าคนของสาวหลี่...ร้ายแรงมากถึงขั้นต้องประหารชีวิตเขาอยากจะช่วยสาวหลี่ อ่านคำฟ้องซ้ำอีกหลายครั้ง จนกระทั่งเจอทางออกหลอก้วนจงขอเวลานอก สั่งให้นำจำเลยไปคุมขัง รอการพิจารณา ระหว่างนั้น เขาก็หยิบพู่กันมาเติมตัวอักษรในคำฟ้อง” เติมขีดเดียวในตัวอักษร คำว่าใช้ ความหมายจึงเปลี่ยนเป็นคำว่า “ขว้าง”เมื่อคดีถูกพิจารณาในศาล...คำว่าสาวหลี่ขว้างขวาน...แสดงว่า เป็นความบังเอิญ ไม่ได้ตั้งใจประกอบกับพยานหลักฐานยืนยัน อู่กุ้ยนอกจากจะปล้ำข่มขืนสาวหลี่ ยังทำร้ายพ่อสาวหลี่รุนแรงปางตาย นายอำเภอซูโจว จึงตัดสินให้ลดหย่อนโทษประหารสาวหลี่ เหลือแค่จำคุกหนึ่งปีผมอ่านความฉลาดทางการใช้ภาษาหนังสือ ช่วยชีวิตคนของหลอก้วนจงแล้ว ก็ไม่แปลกใจ หลายเรื่องที่เคยอ่านในนิยายสามก๊ก ตัวหนังสือจีนนั้น เป็นหลายขีดซับซ้อน...เติมหนึ่งจุด หรือเพิ่มหนึ่งขีด ความหมายพลิกผันทันทีบ้านเมืองตอนนี้ กำลังมีข่าวจัดตั้งรัฐบาลผสม มีข่าวปล่อยกระแส...หนึ่ง...ฟังได้ว่า ท่านผู้ใหญ่ อยากได้รัฐบาลสีจางๆ อย่าให้ถึงขั้นเป็นรัฐบาลสีเทาข่าวจริงแค่ไหนไม่รู้ แต่ฟังแล้วก็ใจชื้น...ความตระหนกอกสั่น กลัวโจรยึดเมือง...ก็ค่อยๆลดลง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม