หนังสือประกาศผลวรรณกรรมรางวัลพานแว่นฟ้าปี 2568 ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ฉบับตรงหน้า ผมผ่านปกใหญ่ ความฝันของแมวจร เรื่องสั้นชนะเลิศของรตี รติธรณ ไปหาปกหลังอ่าน “หนังสือ (ไม่ถึง) ราชการ” บทกวีชนะเลิศ หากเวลาจำกัด ผมรักและจะเลือกอ่านกลอนก่อนหลายปีเต็มทีแล้ว ไม่เคยลืมคำที่รับปากกับท่าน อดุล จันทรศักดิ์ เอาไว้ ขอให้มีเรื่องกลอนไว้ในคอลัมน์นี้ สักเดือนละครั้ง...แต่ก็ไม่รู้ว่าทำตามที่เคยรับปากได้กี่ครั้งอ่านบทกวีชนะเลิศซ้ำ...รักนับถือในฝีมือ แต่หยุดอ่าน “เสียงร่ำไห้ในซากตึก” รางวัลชมเชย ของอภิชาติ ดำดี...นานกว่า ความที่ระทึกกับแรงกระทบเหตุตึก สตง.ถล่ม เพราะใกล้เหตุการณ์กว่าหลายคนแต่สถานการณ์นี้ขอเลือกคัดลอก บทกวีรางวัลชมเชย “เสียงของยาย” ของเพ็ญพักตร์ สูงสุมาลย์ มาให้อ่านกัน...กวีบทนี้ กลมกลืนกับความเร้าใจของการเลือกตั้ง ครั้งไม่กี่วันที่ผ่านมาขอเรียงลีลากลอน...ตามสไตล์ในคอลัมน์ คงไม่ว่ากันมือสั่นสั่นค่อยค่อยรับจับกระดาษ ขีดปากกากากบาทไม่หวาดหวั่น ยายเจ็ดสิบกระซิบใจ “ไม่เปลี่ยนปัน” กากบาทของฉันคือความจริงก่อนนั้นโดนตีตราว่า “โง่เง่า” แถมหูเบาบอกง่ายได้ทุกสิ่ง แต่เศษเงินที่โปรยหว่านผ่าน “การยิง” ยายแค่หญิงแก่ก็แค่นั้น เดินงกเงิ่นงุมงัวตามรั้วบ้าน ไร้ลูกหลานดูแลและถูกหยัน คนตีตรามากราบยายเมื่อหลายวัน กับแผ่นพับเสนอฝันอันล้นมือสายตาแย่แม้มองใกล้ยังไม่ชัด หูก็ฟังไม่ถนัดมันอัดอื้อ ตัวคนเดียวเลี้ยงเดี่ยวย้ำคำคนลือ ว่ายายซื่อถือศักดิ์หญิงที่ยิ่งยง คนไร้ค่าน่ารังเกียจอย่าเฉียดใกล้ คำพูดลอยลมไกลไม่เสริมส่ง เช้าจรดเย็นอยู่บ้านพังยังทะนง ยายดำรงชีพชราพาสุขใจถึงเวลามาหาเสียงมาเรียงร้อย มากล่าวถ้อยคำหวานกังวานใส มานั่งชิดชมเรือนชานปานห่วงใย คำพูด “เคยลอยลมไกล” ไม่เอ่ยมายายจึงย้ำกับใจไม่แปรเปลี่ยน “แก...ฉันเลี่ยน...ความหวานนั้นฉันผวา ไม่มีการเลือกตั้งไม่แลตา ถึงเวลาเลือกก็มาเหมือนรักกัน”ยายไม่หวังกำลังใจจากใครดอก เพราะใจบอกใจยายไม่ให้หวั่น ยายรู้จักหน้าที่ดีครบครัน ยายไม่เคยเสนอฝันไปขายใคร ยายก็แค่หญิงแก่มือสั่นสั่น ที่ทุกวันมีชีวิตจวนมอดไหม้ อยู่กับความเป็นจริงของหัวใจ รักประชาธิปไตยอย่างมั่นคงตราบยายยังเดินได้ไม่เป็นภาระ รู้จังหวะก้าวเดินเพลินประสงค์ แม้คนมองโง่งกเงิ่นยังเดินตรง ก้าวบรรจงตามแรงวัยตามใจยายถึงเวลาใช้สิทธิไม่คิดหวั่น แม้มือสั่นแต่มั่นจิตสิทธิไม่ขาย รู้เลือก “คนไม่ทิ้งคนให้เดียวดาย คนที่หมายสร้างสมอุดมการณ์”มือสั่นสั่นของยายจับพับกระดาษ กากบาทเสร็จสรรพกับใจหาญ ยายเจ็บสิบกระซิบใจอย่างชื่นบาน เดินกลับบ้านกับเสียงใจ “ใช่...แล้วแก”จบบทกวีเสียงของยาย...ดึงจินตนาการที่เพริดไปกับ “ยายบ้านนอก”...ซึ่งกาบัตรเลือกพรรค เลือก สส.ที่ยายเชื่อว่าเป็นคนดี...กลับมาหาความจริงผลเลือกตั้งที่ออกมา คะแนนของยายรวมอยู่ในคะแนนที่ผู้รู้ว่าชนบทล้อมเมือง แต่นักข่าวแก่ๆอย่างผมมองว่า โจรปล้นเมือง เมืองศิวิไลซ์ที่วันนี้ยายมีชีวิตงกๆเงิ่นๆต่อไป ด้วยเงินเดือน เดือนละ 700 บาทเท่านั้นเอง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม