บทนิพนธ์จีนโบราณ คำอธิบายการเก็บสะสมพืชผล...ฝนไม่ต้องตามฤดูกาล ปีร้ายไม่ได้ผลเก็บเกี่ยว ข้าวยากหมากแพง ผู้คนขายตำแหน่ง ขายลูก ราษฎรไร้ที่พึ่ง ต่างมีสีหน้าวิตกกังวล ท่าทางหันมองเหมือนหมาจิ้งจอก เป็นที่มาของคำพังเพย หันมองเหมือนหมาจิ้งจอกชำเลืองมีคำอธิบายเพิ่ม...เวลาหันมอง หัวหันไปได้ 90 องศา โดยตัวไม่เคลื่อนไหว นี้ก็เป็นธรรมชาติหมาจิ้งจอกที่มีนิสัยระแวง กลัวศัตรูจะเข้ามาทำร้ายทางด้านหลัง แม้ขณะวิ่งไปข้างหน้า ก็จะมีกริยาล่อกแล่กหันมามองข้างหลัง ในวิชาดูนรลักษณ์ก็เอามาใช้กับผู้ยิ่งใหญ่ที่มีปกตินิสัยขี้ระแวง เล่าสืบๆ กันมา จิ๋นซีฮ่องเต้ โจโฉ สุมาอี้ โกวเจี้ยน ล้วนมีบุคลิกหมาจิ้งจอกหันมอง มีนิสัยเจ้าเล่ห์โหดร้าย ลงมืออย่างอำมหิตในหนังสือ 101 คำถามสามก๊ก (หลี่ฉวนจวิน และคณะ เขียน ถาวร สิกขโกศล แปล มติชน พิมพ์ พ.ศ.2556) ตอนหนึ่งในคำถามที่ 66 โจโฉใช้อะไรตัดสินว่าสุมาอี้เป็นภัยต่อตน? มีความตอนหนึ่งเนื่องจากสุมาอี้มีลักษณะหมาจิ้งจอกชำเลือง โจโฉซึ่งชำนาญการดูนรลักษณ์และอ่านคน จึงรู้สึกว่าสุมาอี้จะเป็นภัยต่อตระกูลโจ อีกทั้ง เคยฝันว่า ม้าสามตัวกินอาหารในรางเดียวกัน รู้สึกวิตกกังวลมากจึงพูดกับโจผีว่า สุมาอี้มิใช่ผู้จะอยู่ใต้ปกครองคนอื่น เจ้าต้องเตรียมพร้อมเสมอสุมาอี้เองก็รู้ว่าโจโฉระแวง จึงยิ่งระวังตัว ตั้งใจทำงานแข็งขันรอบคอบ เมื่อถึงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญการเมือง ยังใช้การสนับสนุนให้แซ่โจแย่งราชสมบัติจากราชวงศ์ฮั่น สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจรัชศกเจี้ยนอานปีที่ 24 (ค.ศ.219) เมื่อซุนกวนมีหนังสือมาก่อน น้อมต่อโจโฉ สนับสนุนให้โจโฉตั้งตัวเป็นกษัตริย์ สุมาอี้ก็พูดกับโจโฉว่า “ชะตาราชวงศ์ฮั่นสิ้นสุด ใต้เท้าได้ใจคนในใต้หล้านี้ถึงเก้าในสิบส่วนแล้ว ซุนกวนยอมอ่อนน้อม นี่เป็นเจตนาแห่งสวรรค์”ขณะนั้นขุนนางของโจโฉยังสนับสนุนราชวงศ์ฮั่นยังมี ท่าทีสุมาอี้ เป็นที่พอใจของโจโฉมากดังนั้น โจโฉจึงค่อยๆเปลี่ยนทัศนคติต่อสุมาอี้ จากระแวงมาเป็นไว้เนื้อเชื่อใจหลังจากโจโฉเป็นวุยอ๋อง สุมาอี้ได้เป็นจงซู่จื่อ ผู้อภิบาลสั่งสอนโจผี ก็ได้รับความไว้วางใจจากโจผีมาก ครั้นโจผีแย่งราชสมบัติจากราชวงศ์ฮั่นแล้ว เลื่อนตำแหน่งสุมาอี้เป็นนายพลทะนุบำรุงทหาร ทำหน้าที่เป็นเลขาธิการ บรรดาศักดิ์เป็นเซี่ยงเซียงโหวโจผียกทัพไปตีง่อก๊กสองครั้ง ล้วนให้สุมาอี้รักษานครฮูโต๋ ก่อนโจผีตายมอบหมายสุมาอี้เป็นขุนนางผู้ใหญ่กำกับราชการช่วยพระเจ้าวุ่ยหมิงตี้ (โจยอย) สุมาอี้กุมอำนาจทางการทหารของวุ่ยก๊ก เป็นขุนนางผู้ใหญ่มีอำนาจสูงสุดประวัติศาสตร์บันทึกว่า สุมาอี้เมื่อครั้งปราบปรามซุนเหวินอี้ ได้ฆ่าคนครั้งใหญ่ ตอนพิฆาตโจซอง บรรดาพวกพ้องต้องถูกประหารสามชั่วโคตรทั้งชายหญิงเด็กผู้ใหญ่ ผู้หญิงที่ออกเรือนไปแล้วก็ไม่ละเว้นและในที่สุด สุมาอี้ก็ชิงอำนาจราชวงศ์วุ่ย การเมืองปลายยุคสามก๊กเป็นไปตามที่โจโฉระแวงพงศาวดารจิ้นซู บันทึกว่า เมื่อครั้งพระเจ้าจิ้นหมิงตี้ ลูกหลานของสุมาอี้ตรัสถามถึงเหตุที่บรรพชนของพระองค์ได้แผ่นดิน เมื่อได้ฟังคำกราบทูลเรื่องตั้งแต่สุมาอี้เริ่มตั้งตัวจนถึงช่วงปลายยุคสุมาเจียวเจิ้นเหวินตี้ของพระเจ้าโจมอขี้ระแวงและโหดร้าย สมกับความเจ้าเล่ห์ขี้ระวังตัวเยี่ยงหมาจิ้งจอกของตระกูลสุมาอี้พระเจ้าจิ้นหมิงตี้ฟังเรื่องแล้วฟุบหน้าลงกับโต๊ะพูดว่า “หากเป็นอย่างที่พูด ราชวงศ์จิ้นจะอยู่ยืนยาวได้อย่างไร?”อ่านคำถามที่ 66 ใน 101 คำถามสามก๊กจบ ผมได้คำตอบชัด โจโฉใช้วิชาหมาป่าชำเลืองดูนรลักษณ์สุมาอี้ผมนึกถึงคุณชวรัตน์ ชาญวีรกูลครับ เจอกันในงานศพหลายปีเต็มที คุณชวรัตน์เชี่ยวชาญทุกเรื่องราวจีน...เข้าใจเรื่องสุมาอี้ดี ในฐานะพ่อนายกรัฐมนตรี คงไม่ยอมให้จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวไหนแย่งเก้าอี้ลูกชายตัวเอง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม