วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม 2568 ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ซึ่งเจริญพระชนมพรรษา 73 พรรษาในวันนี้ผมขออนุญาตทำหน้าที่กราบเรียนเชิญชวนท่านผู้อ่านที่เคารพรักทุกๆท่าน เข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆที่ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนจัดขึ้นทั่วประเทศ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและถวายพระพรชัยมงคลอย่างพร้อมเพรียงกันอีกครั้งหนึ่งนับเป็นครั้งที่ 52 แล้วในจำนวน 52 ปี ที่ผมได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบคอลัมน์นี้มาตั้งแต่ พ.ศ.2516 ในการเขียนถึง วันเฉลิมพระชนมพรรษา ซึ่งเป็นวันสำคัญยิ่งสำหรับปวงชนชาวไทยเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาจนถึงวันที่ 28 กรกฎาคม ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบันด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดสำหรับปีนี้รัฐบาลจะจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติขึ้น ณ มณฑลพิธี ท้องสนามหลวง ดังเช่นทุกๆปีที่ผ่านมา เริ่มจากเวลา 07.00 น. จะมีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร 174 รูปในเวลาเดียวกันจะมีการจัดงานทำบุญตักบาตรขึ้นในทุกจังหวัดทั่วประเทศ หน้าศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่หนึ่งสถานที่ใดที่ทางจังหวัดกำหนดไว้ต่อมาเวลา 17.30 น. จะมีพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม ณ ท้องสนามหลวง และศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ ต่อเนื่องด้วยพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลในเวลา 19.29 น.หากมีโอกาสผมใคร่ขอเชิญชวนท่านผู้อ่านที่เคารพไปร่วมในกิจกรรมที่จะจัดขึ้นทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่ได้กล่าวถึงนี้อย่างพร้อมเพรียงด้วยจักขอบคุณยิ่งสำหรับท่านที่ไม่สามารถเดินทางไปร่วมงานได้ทั้งที่ท้องสนามหลวงหรือศาลากลางจังหวัดต่างๆ ก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตามศูนย์การค้าหรือห้างต่างๆที่จะมีการถ่ายทอดสดจากสนามหลวงมายังบริเวณพิธีที่จัดขึ้นเป็นการชั่วคราวในมุมใดมุมหนึ่งที่เหมาะสมของแต่ละศูนย์การค้า ฯลฯสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นหนึ่งในสามของสถาบันหลักของประเทศไทย อันได้แก่ “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” ที่ปวงชนชาวไทยได้รับการปลูกฝังมาจากบรรพบุรุษของเราโดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ทรงอยู่เคียงข้างปวงชนชาวไทยเป็นที่ประจักษ์อย่างดียิ่งจากประวัติศาสตร์ที่มีการจารึกไว้และจากความทรงจำของพวกเราชาวไทยทุกยุคสมัยล่าสุดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ชายแดนไทย ด้านกัมพูชาที่กำลังมีการสู้รบกันอยู่ในขณะนี้ ก็จะเห็นได้ถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระราชินี ในการพระราชทานขวัญและกำลังใจ ทั้งแก่ทหารหาญของชาติและพี่น้องชาวไทยร่วมชาติของเราที่ต้องประสบผลร้ายจากการโจมตีอย่างไร้มนุษยธรรมของฝ่ายกัมพูชาทรงรับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และพระราชทานข้าวของเครื่องใช้ที่ขาดแคลน รวมถึงการส่งหน่วย “ครัวพระราชทาน” ไปปรุงอาหารแก่ทหาร และพี่น้องชาวไทย ณ บริเวณที่เกิดเหตุอย่างต่อเนื่องเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 เวียนมาถึงในวันนี้ ผมขอเรียนเชิญชวนท่านผู้อ่านร่วมใจเป็นหนึ่งเพื่อถวาย พระพรชัยมงคล แด่องค์พระประมุขของเราอย่าลืมเปล่งเสียงคำว่า “ทรงพระเจริญ” อย่างพร้อมเพรียงและกึกก้องทั่วทั้งประเทศไทยนะครับ 19.29 น. คืนนี้."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม