ล่า 8 เดือนถึงสำเร็จ ทางการยูเออีส่งตัว “ชนินทร์ เย็นสุดใจ” ผู้บริหารสตาร์คกลับถึงไทยแล้ว ดีเอสไอคุมตัวแจ้ง 6 ข้อหา และสอบปากคำทันที เจ้าตัวให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอแก้คำให้การที่เคยให้ไว้เรื่องมูลค่าทรัพย์สินที่ได้มา นอกนั้นขอให้การในชั้นศาล แถมอ้างว่าถูกผู้เสียหายข่มขู่ กังวลเรื่องความปลอดภัย “ทวี สอดส่อง” เผยผู้ต้องหาคดีสตาร์คทั้ง 6 คนถูกจับกุมหมดแล้ว ก่อนหน้านี้ 5 คนศาลไม่ให้ประกัน ส่วนทรัพย์สินตอนนี้ ปปง.ยึดคืนมาได้แค่ 3 พันล้านบาทจากทั้งหมด 1.4 หมื่นล้านบาท ต้องติดตามกลับมาให้ได้มากที่สุด ด้านทนายความอ้าง นายชนินทร์ขอมอบตัวเอง ไม่ได้ถูกจับกุมอย่างที่เป็นข่าว โวมีแนวทางสู้คดีแล้วกรณีทางการไทยขอประสานความร่วมมือกับทางการประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ให้ช่วยจับกุมตัวนายชนินทร์ เย็นสุดใจ ผู้บริหารบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กลับมาดำเนินคดีตกแต่งบัญชีและฉ้อโกงสตาร์คมูลค่าเกือบ 1.5 หมื่นล้านบาท ล่าสุดได้รับแจ้งจากทางการยูเออีว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายชนินทร์ไว้ได้แล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการส่งตัวกลับมาให้ทางการไทยดำเนินคดีตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าจากอาคารผู้โดยสารขาเข้า ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 09.15 น.วันที่ 23 มิ.ย. นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รักษาการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงจับกุมตัวนายชนินทร์ เย็นสุดใจ ผู้ต้องหาฉ้อโกงหุ้นสตาร์ค นายจักรพงษ์กล่าวว่า บริษัทสตาร์คมีการทุจริตเมื่อกลางปี 2566 นายชนินทร์หลบหนีไปช่วงเดือน ก.ย.2566 ช่วงที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศหยิบยกเรื่องนี้มามอบหมายให้ตนขณะดำรงตำแหน่ง รมช.ต่างประเทศ ให้ดำเนินการอย่างเป็นความลับ เพื่อนำตัวนายชนินทร์กลับมาไทยโดยเร็วที่สุด เพราะคดีนี้ส่งผลกระทบต่อนักลงทุน เป็นกรณีที่ประชาชนให้ความสนใจ และภาพลักษณ์ไม่ดีต่อตลาดทุนของไทย“เราเร่งดำเนินการตั้งแต่เดือน ต.ค.66 กระทั่งวันนี้ใช้เวลากว่า 8 เดือน ตั้งแต่กระบวนการหาตัวว่าหลบหนีไปอยู่ที่ไหน ประเทศใด เป็นความร่วมมือทั้งกระทรวงยุติธรรม ดีเอสไอ กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และอัยการสูงสุด กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญต่อตลาดทุนไทย ที่ ก.ล.ต.จะนำไปปรับปรุงเรื่องการดำเนินการให้โปร่งใสตรวจสอบได้ จากที่พูดคุยเบื้องต้นนายชนินทร์ร้องขอเรื่องความยุติธรรมและความปลอดภัย เนื่องจากตอนอยู่ต่างประเทศโดนคุกคามเหมือนกัน นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก เดินทางเป็นการส่วนตัวถึง 2 ครั้งเพื่อแจ้งรัฐบาลยูเออีว่ารัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก” นายจักรพงษ์กล่าวผู้สื่อข่าวถามว่า หลักฐานที่มีทั้งหมดสามารถกล่าวโทษ เอาเงินมาคืนให้ผู้เสียหายได้หรือไม่ นายจักรพงษ์กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ขอให้ไปสอบถามกับดีเอสไอ ช่วงบ่ายดีเอสไอจะให้รายละเอียดเพิ่มเติม การมาแถลงเพื่อทำให้ประชาชนมั่นใจว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการทุจริตคอร์รัปชัน ต้องนำตัว ผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้เร็วที่สุด การใช้ชีวิตของนายชนินทร์ในต่างประเทศไม่ได้อยู่อย่างปกติ ถือพาสปอร์ตนักท่องเที่ยว ส่วนใครให้ความช่วยเหลือตนไม่ทราบ ต้องสอบสวนกันต่อไปด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ เผยว่า หลังจากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาไปพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา แจ้งสิทธิที่ผู้ต้องหาสามารถพบทนายได้ มีสิทธิได้รับการเยี่ยมตามกฎหมาย จากนั้นจะพิมพ์มือ ควบคุมตัว ก่อนนำส่งอัยการช่วงบ่ายวันที่ 24 มิ.ย. พนักงานสอบสวนมีสิทธิคัดค้านการประกันตัว แต่อำนาจการพิจารณาอยู่ที่ศาล หลังแถลงข่าว หลังจากนั้นเจ้าหน้าดีเอสไอนำตัวนายชนินทร์ ไปขึ้นรถเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิทันทีต่อมาเวลา 09.30 น. นายเรืองศักดิ์ สุขเสียงศรี ทนายความนายชนินทร์ เย็นสุดใจ ให้สัมภาษณ์ว่า นายชนินทร์ไม่ได้อยากหนี อยากกลับไทยมาสู้คดี ที่ลือว่ามีเงิน 8,000 ล้านบาทส่งไปที่อังกฤษไม่เป็นความจริง ที่มาวันนี้ออกข่าวว่าจับมา แต่ที่ตนรู้นายชนินทร์ต้องการกลับบ้าน เขาน่าจะมอบตัวมากกว่าเพื่อกลับมาสู้คดี เพราะทุกอย่างในคดีมาลงที่นายชนินทร์ทั้งหมด ตนเคยไปดูสำนวนทุกคนบอกนายชนินทร์ทำผิดทั้งนั้น ยังสงสัยถ้าทำผิดจริงมีบางคนทำผิดแบบนายชนินทร์ทำไมสั่งไม่ฟ้อง เงินบางคนสุจริต คุณชนินทร์ไม่สุจริตหรือ ทำอะไรให้มาตรฐานเหมือนกันผู้สื่อข่าวถามว่า นายชนินทร์ถูกคุกคามอย่างไร นายเรืองศักดิ์ตอบว่า ถูกคุกคามจากที่ไหนไม่รู้ แต่ได้ข่าวจากนายศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่โดนจับไปก่อนแล้วให้การว่า ถูกคุกคามเอาชีวิต นายชนินทร์น่าจะโดนเหมือนกันถึงไปต่างประเทศ ส่วนเรื่องการประกันตัวเป็นเรื่องกะทันหันยังไม่ได้เตรียมหลักทรัพย์ จะทำตามขั้นตอนระเบียบของศาลทุกอย่าง ไม่แน่ใจว่าศาลจะให้ประกันหรือไม่ เพราะทุกคนที่โดนจับก่อนหน้านี้ไม่ได้ประกันตัว ผู้สื่อข่าวถามว่า มีช่องทางต่อสู้คดีอย่างไร นายเรืองศักดิ์ตอบว่า ข้อต่อสู้มีอยู่แล้ว ถามว่าทำไมบางคนไม่โดนฟ้องข้อหาเดียวกัน ความผิดเดียวกัน เส้นทางการเงินเหมือนกัน ข้อเท็จจริงต้องมี เพราะการสั่งไม่ฟ้องต้องมีเหตุผล จะเอาข้อเท็จจริงนั้นมาต่อสู้คดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เวลา 10.00 น. พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รรท.อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วิเศษเขตการณ์ ผอ.กองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน ฐานะหัวหน้าคณะพนักงาน สอบสวน และนายวุฒิไกร ศรีธวัช ณ อยุธยา ผอ.ส่วนสะกดรอยและการข่าว พร้อมกำลังนำตัวนายชนินทร์ เย็นสุดใจ อดีตประธานกรรมการบริษัทสตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ต้องหารายสำคัญคดีทุจริตบริษัทสตาร์คฯ เดินทางมาถึง พนักงานสอบสวนนำตัวไปสอบปากคำ หลังจากนั้นจะนำสำนวนส่งยังพนักงานอัยการคดีพิเศษ นายวิรุฬห์ ฉันท์ธนนันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ สั่งการให้อัยการผู้รับผิดชอบสำนวนเตรียมร่างฟ้องไว้เเล้ว สามารถนำตัวผู้ต้องหาพร้อมคำสั่งฟ้องยื่นฟ้องศาลอาญาได้ทันที เเล้วค่อยไปขออนุญาตศาลรวมสำนวนกับคดีที่ฟ้องไปแล้วพ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วิเศษเขตการณ์ เผยว่า หลังรับตัวนายชนินทร์นำตัวไปให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาและสอบปากคำที่ห้องสอบสวนที่กองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน ศูนย์ราชการฯ อาคารบี ชั้น 8 ได้ทันที พนักงานสอบสวนมีอำนาจ ควบคุมตัว 48 ชม. วันที่ 24 มิ.ย.สามารถนำตัวนายชนินทร์พร้อมพยานหลักฐานเพิ่มเติมส่งพนักงานอัยการคดีพิเศษ ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ เพื่อให้พนักงานอัยการส่งฟ้องต่อศาลอาญาตามขั้นตอน ในจำนวน 11 ผู้ต้องหาที่ดีเอสไอสรุปสำนวนสั่งฟ้องต่ออัยการเมื่อวันที่ 8 ก.พ.66 นั้น นายชนินทร์คือ ผู้ต้องหาเพียงคนเดียวที่หลบหนี และเป็นบุคคลที่ดีเอสไอไม่ได้ตัวมาฟ้องพร้อมสำนวน“ส่วนประเด็นที่จะใช้สอบปากคำนายชนินทร์ อยากเรียนว่าผู้ต้องหามีสิทธิจะให้การหรือไม่ให้ก็ได้ รวมถึงจะปฏิเสธข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวนอย่างไรก็ได้ แต่หลักการสืบสวนสอบสวนเราจะไม่ไปคาดหวังหรือคาดคั้นเอาคำตอบจากผู้ต้องหา เพราะเรารวบรวมพยานหลักฐานมากพอสมควร จนเชื่อได้ว่าผู้ต้องหากระทำความผิดตามที่สั่งฟ้องจริง พนักงานสอบสวนเตรียมประเด็นไว้ใช้สอบปากคำนายชนินทร์แน่นอน เช่น การตกแต่งงบการเงินของบริษัทสตาร์คฯ เป็นต้น” พ.ต.ท.จักรกฤษณ์กล่าวคดีฉ้อโกงสตาร์คมีผู้ต้องหารวม 11 ราย ประกอบ ด้วย 1.นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ 2.นายชินวัฒน์ อัศวโภคี 3.นายศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ 4.นายกิตติศักดิ์ จิตต์ประเสริฐงาม 5.บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น 6.บริษัทเฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด 7.บริษัทอดิสรสงขลา จำกัด 8.บริษัทไทยเคเบิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 9.บริษัทเอเชีย แปซิฟิก ดริลลิ่ง เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด 10.น.ส.ยสบวร อำมฤต และ 11.นายชนินทร์ เย็นสุดใจ ความผิดมูลฐานฉ้อโกงประชาชน การยักยอก หรือฉ้อโกง หรือการกระทำโดยทุจริตตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน และยักยอกทรัพย์อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ กรณีบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (กรณีหุ้น STARK) มีนายชนินทร์เป็นประธานกรรมการบริษัท มีพฤติการณ์ตกแต่งงบการเงินบริษัทเพื่อแสดงผลการดำเนินการที่ดีและสูงกว่าความเป็นจริง การกระทำผู้ต้องหามีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 2535 ฐานตกแต่งบัญชีและงบการเงิน และฐานฉ้อโกงประชาชน รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2542ต่อมาเวลา 14.20 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เสร็จสิ้นภารกิจจาก ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เดินทางมาถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อติดตามความคืบหน้าการควบคุมตัวและสอบสวนนายชนินทร์ เย็นสุดใจ อดีตผู้บริหารบริษัทสตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยมี พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รรท.อธิบดีดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอให้การต้อนรับ หลังเข้าฟังคำให้การ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ออกมาเผยว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นไทย พนักงานสอบสวนและอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง“ข้อหาสำคัญคือ ความผิดตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พระราชบัญญัติฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน วันนี้แจ้งทุกข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้วรวม 6 ข้อหา นายชนินทร์ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอแก้คำให้การที่เคยให้ปากคำไปก่อนหน้านี้เรื่องข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าทรัพย์สินที่ได้มา เจ้าตัวเครียด กังวลเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากถูกผู้เสียหายข่มขู่ และแจ้งพนักงานสอบสวนว่า มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับช่องท้อง ส่วนเส้นทางการเงินจากสืบสวนสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษพบว่า มีเส้นทางการเงินมาถึงนายชนินทร์ไม่มาก แต่ไปถึงบุคคลซึ่งเป็นเลขาฯและบุคคลอื่นเป็นจำนวนมาก” รมว.ยุติธรรม กล่าวพ.ต.อ.ทวีกล่าวอีกว่า ส่วนระยะเวลา 8 เดือนที่นายชนินทร์อยู่ต่างประเทศจะซุกซ่อนทรัพย์สินหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ เพราะการจับกุมวันนี้ไม่พบทรัพย์สินใดๆติดตัวผู้ต้องหาเลย ต้องขยายผลหาทรัพย์สินที่เชื่อมโยงไปยังบุคคลอื่น คาดว่าใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 1 เดือนจะสามารถขยายผลถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการฟอกเงินได้ สำหรับ ผู้ต้องหาคดีนี้มีทั้งหมด 6 คน ถูกจับกุมครบแล้ว ยังไม่มีใครได้ประกันตัว หลังจากนี้จะเป็นกระบวนการในชั้นศาลเริ่มพิจารณาวันที่ 14 ม.ค.2568 ส่วนเรื่องการเฉลี่ยทรัพย์สินคืนผู้เสียหาย ขณะนี้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สามารถติดตามทรัพย์สินกลับมาได้เพียง 3,000 ล้านบาท แต่คดีนี้มีมูลค่าความเสียหายถึง 14,000 ล้านบาท ต้องติดตามทรัพย์กลับขึ้นมาให้ได้มากที่สุดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่