“บิ๊กต่อ” เผยแนวทางหย่าศึก ความขัดแย้งฉาวระหว่าง “รองเต่า” โฆษกคณะทำงานคลี่คลายคดีเว็บพนันมินนี่กับ “บิ๊กโจ๊ก” ยันจะเรียกทั้ง 2 คนมาพบเพื่อเคลียร์ใจ สั่งหยุดให้สัมภาษณ์ตอบโต้ ต่อไปให้โฆษก ตร.เป็นผู้แถลงความคืบหน้า คดีคนเดียว ย้ำรอง ผบ.ตร.ยังบริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ จะพยายามปัดกวาดบ้านให้สามัคคีกัน ส่วนกรณีถูก พล.ต.ต.นำเกียรติฟ้องตาม ป.อาญามาตรา 157 และ พ.ร.ป.172 ยังไม่เห็นคำฟ้อง ยันไม่ได้เป็นคนสั่งย้ายเข้ากรุศปก.ตร. ด้าน “บิ๊กโจ๊ก” กับ “รองเต่า” ประสาน เสียง ถ้าผบ.ตร.เรียกมาจะเดินทางไปพบแน่นอน แต่ถึงตอนนี้ยังไม่ได้เรียกมา “นายกฯนิด” ลั่นไม่ไว้ หน้าใคร หากพบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทำผิดกฎหมาย ชี้ไม่สมควรมาตอบโต้ผ่านสื่อ เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ย้ำให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ให้กฎหมายพิสูจน์กรณี พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกรณีทำหนังสือถึง ป.ป.ช.ขอรับสำนวนคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.กับพวกรวม 5 นาย ถูกพนักงานสอบสวน บก.ปปป.กล่าวหากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และมาตรา 149 เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินฯ เชื่อมโยงไปยังกลุ่มบัญชีม้าเครือข่ายเว็บพนัน “มินนี่” น.ส.ธันยนันท์ สุจริตชินศรี พร้อมระบุด้วยว่า หากรับสำนวนกลับมาเตรียมดำเนินคดีข้อหาฟอกเงินเพิ่มด้วย จนเกิดการแถลงข่าวตอบโต้กันไปมาเกิดความระส่ำระสายไปทั้งวงการตำรวจความคืบหน้าจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เวลา 10.00 น. วันที่ 23 ก.พ. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณี พล.ต.ต.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผบก.ศฝร.บช.น. 1 ใน 8 ผู้ต้องหาคดีเว็บพนันมินนี่ ลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ฟ้องดำเนินคดี ผบ.ตร.กล่าวหาปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า ตนคุยกับทีมของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แล้ว ไม่ได้กังวลอะไร ยังยิ้มแย้มแจ่มใสได้ ยอมรับว่ายังไม่เห็นร่างคำฟ้องว่า ฟ้องเกี่ยวกับเรื่องอะไร แต่จากที่พูดคุยกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ การฟ้องไม่ได้เกี่ยวกับคดีเว็บพนัน หรือการโยกย้าย พล.ต.ต.นำเกียรติ ฉะนั้นตอนนี้อยากขอความร่วมมือสื่อ ในการสื่อสารข่าวไปถึงประชาชน อย่าทำให้องค์กรของตนเสียหาย อยากให้ไปถามเรื่องนี้กับผู้ฟ้องเพราะตนไม่ได้เป็นผู้สั่งย้ายจากตำแหน่งเดิม แต่ที่ร้องเป็นตามสิทธิ์ของเขา พอมีเอกสารฟ้องร้องเผยแพร่ขึ้นช่วงนี้ มันกลายเป็นประเด็นในสังคม ทุกคนจะดึงเรื่องนี้ไปเชื่อมโยง“ยืนยันว่ายังไม่เห็นคำฟ้อง และยังไม่ทราบด้วยว่าศาลจะประทับรับฟ้องหรือไม่ การแก้ปัญหาใดๆขอให้เป็นหน้าที่ของผม ใบไม้ร่วงทุกวันผมเก็บกวาดทุกวัน วันนี้ผมเป็น ผบ.ตร.มันไม่มีความจำเป็นต้องไปชกกับใคร องค์กรมีวัฒนธรรม มีอะไรต้องมาพูดคุยกัน จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ ถ้าจะสู้ขอให้สู้ด้วยงาน สู้ด้วยเรื่องเท็จจริง ที่ผ่านมาผมโดนมาเยอะ อีกทั้งยังไม่ทราบว่า ที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่ามีนายตำรวจยศใหญ่ในคดีเว็บพนันที่เป็นอีแอบไม่ยอมออกมาเคลื่อนไหวเอง ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาออกมาชี้แจงตลอด ผมยังไม่ทราบว่าอีแอบนั้นคือใคร” ผบ.ตร.กล่าวพล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวอีกว่า ใครเจ๋งก็ต้องเก็บไว้ ของแท้ต้องออกมาพูดหรือ นักเลงเขาไม่พูดกัน ตอบโต้กันองค์กรมันเสียหาย หากพนักงานสอบสวนมีข้อมูลก็ใช้ข้อมูล ไม่ต้องมาโชว์ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่ผิดก็คือ ไม่ผิด วันนี้ยังบริสุทธิ์อยู่ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ผมไม่ได้ลอยตัว คุยกับ รอง ผบ.ตร.ทุกวัน จะเรียกทุกคนมานั่งคุยกันบ่ายนี้ รวมทั้ง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.ด้วย ถ้าเป็นอย่างนี้พี่น้องประชาชนจะเชื่อถือได้อย่างไร ถ้าตำรวจยังทะเลาะกัน ตนจะออกเป็นคำสั่งว่า การให้ข้อมูลข่าวสารให้ตั้งโฆษกขึ้นมาให้กระจายข่าวที่เดียว“ในส่วนการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องข้อกล่าวหามาตรา 149 และมาตรา 157 เรื่องนี้ยืนยันว่า รอง ผบ.ตร.ยังไม่ได้ถูกดำเนินคดี ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ฉะนั้นหากมีการดำเนินคดีในที่สุด ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีระบบจัดการเป็นขั้นตอนต่อไป ในฐานะที่ผมเป็นพ่อบ้านจะเดินหน้านโยบายสร้างบ้าน ให้เป็นบ้านที่ลูกบ้านสามัคคีกัน เพื่อเป็นบ้านที่มีความอบอุ่นต่อไป” ผบ.ตร.กล่าวต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.เดินทางเข้ามาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวว่า ถึงตอนนี้ยังไม่มีคำสั่งจาก ผบ.ตร.ให้เข้าพบ ยืนยันว่า หากเรียกมาจริงจะไม่ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา ยืนยันว่า การออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวานนี้เป็นเพราะต้องการปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง เนื่องจากมีการให้สัมภาษณ์ของนายตำรวจทำให้สื่อเข้าใจได้ว่า ตนถูกแจ้งข้อหา 149 และ 157 เรื่องนี้ทำให้ตนและครอบครัวเสื่อมเสีย คุณแม่ตนอยู่กรุงเทพฯเป็นห่วงว่าลูกชายจะถูกแจ้งข้อกล่าวหาแล้วหรือที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานเเก้ว รอง ผบช.ก.ว่า ตนยังไม่ได้รับการประสานจาก ผบ.ตร. เเต่ฐานะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา เมื่อติดต่อเข้ามาจะรีบเข้าพบทันที หลังจากนี้จะไม่ให้สัมภาษณ์ประเด็นนี้อีกแล้ว เพราะไม่อยากให้สังคมมองว่าวงการตำรวจทะเลาะกันเอง อีกทั้งผู้บังคับบัญชากังวลด้วย ขอย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การทะเลาะกัน แต่เป็นการนำหลักฐานมาโต้แย้งกันตามข้อเท็จจริง เพื่อให้สังคมบอกว่าองค์กรตำรวจเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือ เป็นหน้าที่ของตำรวจทุกนาย ต้องทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกหนักใจหรือไม่กับการเข้ามาทำคดีนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า ไม่หนักใจอะไร เพราะทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีพื้นที่สีขาวมากขึ้น แต่อย่าให้สัมภาษณ์เชิงกดดันและข่มขู่พนักงานสอบสวน ขอให้ทำงานเพื่อองค์กรอย่างเต็มที่อย่าแถลงออกสื่อด่าองค์กรตัวเอง หากยังไม่หยุดจะใช้สิทธิ์การเป็นตำรวจออกมาตอบโต้เช่นเดียวกัน ส่วนกรณีท้าให้ตรวจสอบตำรวจที่รับเงินเว็บพนันออนไลน์ที่ยังอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า หากมีหลักฐานก็นำมายื่นให้ตรวจสอบได้ หลังจากนี้จะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก เพราะ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.ฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน จะให้ข่าวด้วยตนเองที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) วันเดียวกัน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้เป็นประเด็นทางการเมือง แต่เป็นประเด็นทำผิดกฎหมายที่ต้องพิสูจน์ทราบให้ได้ว่าใครเป็นผู้ทำผิด รัฐบาลนี้ยึดหลักการทำถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตนเข้าใจความเป็นห่วงเป็นใยของสื่อมวลชนและประชาชนว่า ถ้ามีข่าวออกไปต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ถ้ามีข่าวออกไปว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มีส่วนพัวพันเรื่องผิดกฎหมาย ความไว้วางใจความมั่นใจในความปลอดภัยจะลดน้อยลง ตรงนี้อยากให้พิสูจน์โดยเร็วโดยใช้กฎหมายเป็นหลัก ต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และฝ่ายที่ถูกกล่าวโทษด้วยผู้สื่อข่าวถามว่า การแถลงตอบโต้ผ่านสื่อจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตนเชื่อว่าทุกคนเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ควรทราบว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ ถือว่าวันนี้ยังไม่มีการทำผิดกฎหมาย ตนย้ำตลอดว่าต้องให้ความเป็นธรรม ส่วนที่ถามว่าการใช้พื้นที่แต่มาใช้สื่อตอบโต้กันไปมา ถ้าถามตน ตรงนี้ตนไม่อยากให้ทำ ถามย้ำว่าฐานะที่นายกฯดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะถือโอกาสนี้กวาดขยะหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “แน่นอน หากมีการกระทำผิดกฎหมายเกิดขึ้น ผมไม่ไว้หน้าอยู่แล้ว ตรงนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย”ล่าสุด พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. มีหนังสือบันทึกข้อความด่วนที่สุดที่ 0001 (ผบ)/48 ลงวันที่ 23 ก.พ.67 เรื่องกำชับการให้ข่าว การแถลงข่าว การให้สัมภาษณ์ การเผยแพร่ภาพต่อสื่อมวลชน ถึงรอง ผบ.ตร. และ จตช. ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรอง จตช. ผบช.หรือตำแหน่งเทียบเท่า และ ผบก.หรือตำแหน่งเทียบเท่า ใจความว่า ด้วยปรากฏเหตุการณ์ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ ตร. จากการให้ข่าว การแถลงข่าว การให้สัมภาษณ์ของข้าราชการตำรวจ อาจสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือคลุมเครือในประเด็นต่างๆต่อประชาชนและสังคมมากยิ่งขึ้น อันเกิดจากข้อมูลไม่ชัดเจนหรือไม่สามารถเปิดเผยได้อย่างครบถ้วน เนื่องด้วยกระบวนการ ขั้นตอน หรือข้อจำกัดทางกฎหมาย ระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย และเป็นแนวทางการปฏิบัติเดียวกัน จึงกำชับดังนี้1.ให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 30 การปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ข่าว การแถลงข่าว การให้สัมภาษณ์ การเผยแพร่ภาพต่อ สื่อมวลชน และการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ พ.ศ.2556 ลงวันที่ 11 มี.ค.56 อย่างเคร่งครัด และให้ใช้วิจารณญาณประกอบดุลพินิจที่มีพื้นฐานบนประโยชน์สาธารณะ และภาพลักษณ์ขององค์กรเป็นสำคัญ ไม่ให้เกิดเหตุลักษณะของการบ่อนทำลาย หรือมุ่งใช้ประโยชน์จากสถานการณ์หรือกระแสสังคมเพื่อบั่นทอนภาพลักษณ์หรือการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจ หรือสร้างสภาวะเกื้อกูลเพื่อประโยชน์ส่วนตน2.การให้ข่าว การแถลงข่าว การให้สัมภาษณ์ กรณีเหตุที่เกิดหรือประเด็นข้อพิพาท ข้อสงสัยในการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานของ ตร. หรือข้าราชการตำรวจด้วยกันทั้ง 2 ฝ่ายหรือมากกว่านั้น ให้ผู้ได้รับแต่งตั้ง หรือรับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา หรือหัวหน้าหน่วยงานให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นโฆษกของหน่วยงาน เป็นผู้ให้ข่าวตามหน้าที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกรณีเป็นคดีความที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง หรือคดีอาญาสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจในวงกว้างและอาจส่งผลกระทบต่อ ตร. และให้ถือปฏิบัติตามสั่งการ ว.ตร. ด่วนที่สุดที่ 001 (ศปก.ตร.)/91 ลงวันที่ 7 มิ.ย.60 ทั้งนี้ หากพบการกระทำฝ่าฝืนเรื่องที่กำชับไว้ อันมีลักษณะเข้าข่ายการกระทำที่เป็นความผิดวินัยหรืออาญา จะพิจารณาดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่