41 แรงงานไทยชุดแรกที่หนีภัยสงครามในหนานเติ้งเดินทางกลับสู่มาตุภูมิอย่างปลอดภัย หลังทหารพม่าพานั่งรถตู้มาส่งกลางสะพานไทยมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 อ.แม่สาย จ.เชียงราย ก่อนพาไปคัดกรองโรคในโรงพยาบาลค่ายและจัดกลุ่มแยกคนมีหมายจับ-เหยื่อค้ามนุษย์ ผบ.กกล.ผาเมือง ย้ำกองทัพบกพร้อมเดินหน้าเจรจาหาทางช่วยเหลือคนไทยอีก 264 คนตกค้างเมืองเล้าท์ก่ายกลับบ้านเกิดให้เร็วที่สุดทหารเมียนมานำ 41 คนไทยชุดแรกที่หนีภัยสงครามจากการสู้รบในเมืองเล้าก์ก่าย เขตปกครองตนเองโกกั้ง ประเทศเมียนมา ส่งให้ทางการไทยพากลับสู่มาตุภูมิเรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 พ.ย. บรรยากาศบริเวณด่านพรมแดนไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 อ.แม่สาย จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สายและด่านท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาร่วมเซ็นหนังสือบันทึกข้อตกลงร่วมกันเพื่อส่งมอบตัวคนไทย 41 คนชุดแรกที่หลบหนีสถานการณ์การสู้รบทางตอนเหนือของรัฐฉาน เมืองเล้าก์ก่าย เขตปกครองตนเองโกกั้ง ประเทศเมียนมา เพื่อเดินทางกลับไทยผ่านทางสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 อ.แม่สาย บันทึกข้อตกลงดังกล่าวเพื่อยืนยันว่าคนไทยทั้ง 41 คนจะไม่ถูกทางการของเมียนมาดำเนินคดีในข้อหาลักลอบเข้าเมืองต่อมาเวลา 12.30 น. ทางการเมียนมานำคนไทยทั้ง 41 คน นั่งรถตู้เดินทางมาถึงที่สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 มี พ.อ.ตู่ล่า ส่อ วิน โซ ผู้บังคับการยุทธศาสตร์ท่าขี้เหล็ก เป็นตัวแทนฝ่ายประเทศเมียนมาส่งตัวคนไทยในครั้งนี้ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลไทย มี พล.ท.อนุภาพ สิริมณฑล เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก พล.ต.ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พล.ต.ต.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผบก.ตม.5 และ พ.อ.ณฑี ทิมเสน ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา หรือ TBC พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จ.เชียงราย นายณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอแม่สาย และ พ.ต.อ.พิพัฒน์ นาระเดช ผกก.แม่สาย ร่วมเป็นสักขีพยาน ภายหลังการรับมอบส่งตัวคนไทยเสร็จ ทหารมทบ.34 (ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช) จ.พะเยา นำรถบัส 2 คันมารับบริเวณกลางสะพาน ก่อนคัดแยกแรงงานชาย 22 คน และหญิง 19 คนขึ้นรถบัสไปส่งที่สโมสรมณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมืองเชียงราย เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองโรคจาก รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการเจ็บป่วยจะเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามกลไกการส่งต่อระดับชาติเพื่อช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายตามกระบวนการของกองการค้ามนุษย์ ส่วนผู้ที่เจ็บป่วยจะส่งไปรักษาที่ รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช แต่ถ้าป่วยหนักจะส่งไปรักษาที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ต่อไปต่อมาช่วงบ่าย พล.ต.ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เปิดแถลงข่าวที่ค่ายเม็งรายมหาราชว่า การกลับมาของคนไทยทั้ง 41 คนเกิดจากสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่รัฐฉานทางตอนเหนือ ประเทศเมียนมา บริเวณเมืองเล้าก์ก่ายและเมืองหนานเติ้ง ทำให้คนไทยที่เดินทางไปทำงานในพื้นที่ได้รับผลกระทบและไม่ปลอดภัยรวม 305 คน แบ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ในเมืองเล้าก์ก่ายจำนวน 264 คน และเมืองหนานเติ้ง 41 คน กระทรวงกลาโหม โดยกองทัพบก และกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงมูลนิธิเอ็มมานูเอล (IMF Thailand) ได้บูรณาการและประสานงานฝ่ายทหารเมียนมาผ่านกลไกของคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา ยึดหลักการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเป็นแนวทางในการปฏิบัติพล.ต.ประพัฒน์กล่าวว่า การปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยได้ดำเนินการตามขั้นตอนเป็นลำดับ มีหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ในฐานะคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา (TBC) เป็นหน่วยปฏิบัติหลัก วันที่ 14 พ.ย. ย้ายกลุ่มคนไทย 41 คน ออกจากเมืองหนานเติ้งไปยังพื้นที่ปลอดภัยใน จ.เชียงตุง รัฐฉาน มีกำลังทหารเมียนมา (ภาคทหารบกสามเหลี่ยม) เป็นผู้ดูแลและอำนวยความสะดวก และย้ายออกจาก จ.เชียงตุง วันที่ 18 พ.ย. เดินทางต่อไปยัง จ.ท่าขี้เหล็ก กองทัพภาคที่ 3 จัดเจ้าหน้าที่พร้อมยานพาหนะไปรับคนไทยกลับประเทศบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแม่สายแห่งที่ 1 และเดินทางต่อไปที่มณฑลทหารบกที่ 37 เพื่อพักคอยตรวจสุขภาพที่ รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช ก่อนส่งต่อให้กับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.เชียงราย เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งถึงจะปล่อยตัวกลับบ้านได้“กองทัพบกคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไทยเป็นหลัก และมีความจำเป็นในการนำเสนอข้อมูลเพื่อช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เมืองเล้าก์ก่ายอีก 264 คน กองทัพบกและกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับเมียนมา เพื่อเตรียมการนำคนไทยเหล่านั้นเคลื่อนย้ายให้เร็วที่สุด เพื่อส่งกลับมายังประเทศไทยต่อไป และขอขอบคุณฝ่ายทหารเมียนมา ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการนำคนไทยในพื้นที่เมืองหนานเติ้งชุดแรก 41 คน กลับเข้าสู่ประเทศไทยอย่างปลอดภัย” ผบ.กองกำลังผาเมืองกล่าวด้าน พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จ.เชียงราย กล่าวว่า หลังจากรับตัวคนไทย 41 คนแล้วเจ้าหน้าที่จะนำเข้าสู่กระบวนการคัดกรองว่าเป็นการค้ามนุษย์หรือไม่ หากเข้าข่ายก็จะแยกออกมาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป หากบุคคลมีหมายจับหรือคดีติดตัวจะจับกุมแล้วส่งไปตามหมายจับ เรื่องการเดินทางออกนอกประเทศเท่าที่ดูเบื้องต้นพบว่าออกไปอย่างถูกต้องผ่านทางสนามบิน ส่วนที่มีข้อมูลว่ามี 3 คน ที่มีหมายจับประเทศไทยในความผิดคดีเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และยาเสพติด เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำ ตรวจสอบรูปพรรณสัณฐาน และเตรียมพร้อมดำเนินคดีตามหมายจับที่มีอยู่ต่อไปอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่