พลังงานความร้อนเป็นตัวขับเคลื่อนสภาพภูมิอากาศของโลก และการหยุดชะงักของกระแสน้ำในมหา สมุทรได้ส่งผลกระทบใหญ่หลวงทั่วโลก มีการวิจัยพบว่าอุณหภูมิในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือและยุโรปลดลงระหว่าง 1.5-5 องศาเซลเซียส โดยคงอยู่ราวๆ 200 ปี ขณะที่ภูมิภาคอื่นๆก็ประสบปัญหาภาวะโลกร้อนสูงกว่าค่าเฉลี่ย ระดับฝนยังเพิ่มขึ้นในยุโรป ทว่าบางส่วนของแอฟริกากลับเผชิญกับสภาพอากาศที่แห้งกว่าและเกิดภัยแล้งเป็นเวลานาน