นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)ให้ความเห็นชอบ (ร่าง) วาระแห่งชาติ แผนปฏิบัติการเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ โดยกำหนดยุทธศาสตร์ 3 ปรับคือ ปรับความรู้และทัศนคติของสังคม ปรับปรุงระบบงานเพื่อสร้างความเป็นธรรม และปรับมาตรการทางวินัยกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมช่วยเหลือผู้เสียหายว่าวิเคราะห์ร่างแผนดังกล่าวยังไม่ได้แก้โจทย์หลัก ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของปัญหาคือเรื่องของอำนาจนิยมที่เหนือกว่า ไม่ใช่เป็นแค่เพียงทัศนคติชายเหนือกว่า ที่ผ่านมาเรายังเห็นข่าวจำนวนมากที่ผู้ล่วงละเมิดทางเพศมีตั้งแต่นักการเมือง ข้าราชการครู อาจารย์มหาวิทยาลัย หรือข้าราชการระดับต่างๆ กลไกการแก้ปัญหาไม่ได้ลงลึกไปถึงรากที่เป็นเรื่องโครงสร้างเชิงอำนาจ อย่างที่มูลนิธิก็ยังได้รับเรื่องร้องเรียนปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียนจำนวนไม่น้อย ทั้งที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประกาศนโยบายโรงเรียนปลอดภัย อีกทั้งมีการตั้งศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ (ศคพ.) หรือแม้แต่กรณีอดีตรองหัวหน้าพรรคการเมืองชื่อดังที่ถูกกล่าวหาในคดีกระทำอนาจารเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา ตอนนี้ก็เงียบหาย จะเห็นได้ว่าระบบการทำงานของภาครัฐเป็นลักษณะการตั้งรับแก้ปัญหา