ไม่ว่า สถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นยังไงกระบวนการยุติธรรมต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อเป็นหลักยึดเหนี่ยวของสังคมถ้าการผดุงความยุติธรรมล้มเหลว ประเทศชาติคงอยู่ไม่ได้ สถานการณ์คงเข้าสู่บ้านป่าเมืองเถื่อน?เห็น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ตีปี๊บประกาศมาหลายวัน เรื่องการตามหาแพะในคดีอาญา ที่มีสิทธิรับเงินเยียวยาตามกฎหมาย ล่าสุดทั่วประเทศมีจำนวน 411 คนบุคคลที่ รมว.ยุติธรรมเรียกว่า “แพะ” เหล่านี้ หมายถึง จำเลยที่ถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการ หรือถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี มีหลักฐานชัดเจน หรือศาลพิพากษาถึงที่สุดว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดมีสิทธิยื่นขอรับเงินเยียวยาจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และหน่วยงานต่างๆทั่วประเทศหากคณะกรรมการอนุมัติคำร้อง จะได้รับค่าทดแทนการถูกคุมขังวันละ 500 บาท คำนวณจากวันที่ถูกขังตามกฎหมายกำหนด ค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 40,000 บาท ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพไม่เกิน 50,000 บาท ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ตามอัตราจ้างขั้นต่ำของจังหวัด และค่าใช้จ่ายการดำเนินคดี หรือค่าใช้จ่ายอื่นไม่เกิน 30,000 บาทส่วนกรณีเสียชีวิตจะได้รับค่าทดแทน 100,000 บาท ค่าจัดการศพ 20,000 บาท ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดูไม่เกิน 40,000 บาท และค่าความเสียหายอื่นไม่เกิน 40,000 บาทผมเชื่อว่า ส่วนใหญ่ที่ศาลตัดสินว่า ไม่ผิดในคดีอาญาเหล่านี้เป็นแพะจริงๆ ไม่ได้รับความยุติธรรมในการถูกดำเนินคดี ต้องไปติดคุกติดตะรางจากความผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่อ!สมควรที่จะได้รับเงินเยียวยาในส่วนนี้?แต่ก็เชื่ออีกว่า ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่ทำผิดจริง แต่อาศัยข้อต่อสู้ทางกฎหมายจนหลุดรอดคุกรอดตะรางมาได้!มันจึงต้องกลับมาดูการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ต้นทางของกระบวนการยุติธรรม ทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนามีน้ำหนักกว่านี้?เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ต้องเร่งปรับปรุงการทำงานในส่วนนี้เพื่ออนาคตจะได้ไม่ต้องมี “แพะ” อีกต่อไป?สหบาท