โรงพยาบาลรามาสร้างระบบดูแลผู้บาดเจ็บศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ ผอ.ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) แถลงข่าว วิกฤติสุขภาพเยาวชนไทย จากภัยบุหรี่ไฟฟ้า ว่า สถานการณ์ของบุหรี่ไฟฟ้าทั่วโลกจัดเป็นวิกฤติโลกทางด้านสาธารณสุข โดยเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) ประกาศเตือนให้หยุดสูบบุหรี่ไฟฟ้าทุกชนิด หลังพบผู้เสียชีวิตและป่วยปอดอักเสบรุนแรงจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเสียชีวิต 48 ราย ป่วย 2,291 รายขณะที่ไทยพบผู้ป่วยรายแรกจากบุหรี่ไฟฟ้า เกิดปอดอักเสบเฉียบพลันและระบบหายใจล้มเหลว ทั้งนี้มีข้อสังเกตทางการแพทย์ที่น่าตกใจคือเมื่อสูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้วสามารถป่วย และตายได้ในช่วงเวลาแค่ไม่กี่เดือน จึงสนับสนุนให้ไทยมีระบบเฝ้าระวังการเจ็บป่วยจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า และบังคับใช้กฎหมายห้ามบุหรี่ไฟฟ้าจริงจัง หากไม่ดำเนินการอะไร ไทยอาจจะมีนักสูบหน้าใหม่เพิ่มขึ้นนายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า หลายประเทศทั่วโลกกำลังตื่นตัวและเตรียมทบทวนการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน ซึ่งมีการห้ามบุหรี่ไฟฟ้าแล้วในหลายประเทศล่าสุดเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์ประกาศห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้า และบังกลาเทศมีแผนห้ามบุหรี่ไฟฟ้าทั้งหมด เพราะหวั่นผลกระทบต่อเยาวชนและสุขภาพของคนในประเทศ สำหรับไทยบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ห้ามนำเข้า ขาย บริการ และครอบครอง ซึ่งมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องศ.นพ.วินัย วนานุกูล หัวหน้าศูนย์พิษวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคเส้นเลือดสมอง การใช้บุหรี่ไฟฟ้ายังสัมพันธ์ภาวะปอดอักเสบรุนแรง ซึ่งอาจถึงแก่ชีวิตและเพื่อติดตามและเฝ้าระวังการเจ็บป่วยจากบุหรี่ไฟฟ้า ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี ร่วมกับ ศจย. สร้างระบบการเฝ้าระวังดังกล่าว เบื้องต้นได้รวบรวมข้อมูล เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบาดเจ็บจากบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงการวินิจฉัยและดูแลรักษา นอกจากนี้ รพ.รามาธิบดี ได้เตรียมสร้างระบบเครือข่ายเชื่อมโยงในการดูแลผู้บาดเจ็บจากบุหรี่ไฟฟ้า โดยจะทำระบบรับแจ้งเหตุจากบุหรี่ไฟฟ้า จากศูนย์รับแจ้งเหตุห้องอุบัติเหตุฉุกเฉินทั่วประเทศ เพื่อให้มีการดูแลที่มีประสิทธิภาพ.