มะม่วงเริ่มเข้าสู่ช่วงที่มีใบอ่อนและแทงช่อดอก กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนมะม่วงให้ระวัง เพลี้ยไฟพริก เพราะมักจะเข้าทำลายมะม่วงในช่วงที่มีอากาศร้อนเพลี้ยไฟพริกทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยใช้ปากเขี่ยเนื้อเยื่อ และดูดกินน้ำเลี้ยงจากเซลล์พืชบริเวณใบอ่อน ยอดอ่อน ตุ่มตาใบ ตุ่มตาดอก และช่อดอกมะม่วงการเข้าทำลายบนยอดอ่อนจะทำให้ใบแตกใหม่แคระแกร็น ขอบใบและปลายใบไหม้ ใบอาจร่วงตั้งแต่ยังเล็ก...สำหรับใบที่มีขนาดโตแล้ว มักพบการเข้าทำลายตามขอบใบ ทำให้ใบม้วนงอและปลายใบไหม้การเข้าทำลายที่ยอดจะมีความรุนแรงจนทำให้ยอดแห้งไม่แทงช่อใบหรือช่อดอก... การเข้าทำลายในระยะติดดอก จะทำให้ช่อดอกหงิกงอ ดอกร่วงไม่ติดผล หรือติดผลน้อยพบการระบาดไม่มาก ให้เกษตรกรตัดส่วนที่เพลี้ยระบาดนำไปเผาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก เพราะเพลี้ยไฟพริกจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มบริเวณส่วนยอดอ่อนของพืชกรณีระบาดรุนแรง ให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลง สไปนีโทแรม 12% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อะบาเมกติน 1.8% อีซี อัตรา 50 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไซแอนทรานิลิโพรล 10% โอดี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตรเพื่อให้การพ่นสารฆ่าแมลงมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ควรฉีดพ่นในระยะต้นมะม่วงติดดอกอย่างน้อย 2 ครั้ง คือ ระยะเริ่มแทงช่อดอก และระยะเริ่มติดผลขนาดมะเขือพวง...หากพบเพลี้ยไฟพริกระบาดรุนแรงให้พ่นซ้ำก่อนระยะดอกบานและหลีกเลี่ยงการพ่นสารฆ่าแมลงในระยะดอกบาน เพราะเป็นอันตรายต่อแมลงช่วยผสมเกสร.สะ-เล-เต