ตั้งแต่ชาวโลกให้ความสนใจเทรนด์การใช้ชีวิต เพื่อให้มีอายุยืน (Logevity) ทำให้ สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง ถูกถามบ่อยมากว่าทำอย่างไรถึงยังกระฉับกระเฉงมาก จนอาจเรียกว่าซู่ซ่า ในวัยซึ่งจะครบ 85 ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ (เกิด ค.ศ.1941) ทั้งที่ชีวิตผ่านช่วงต่างๆมาอย่างโชกโชน หลายเรื่องบอบช้ำระดับโชกเลือด ซึ่ง คุณสวัสดิ์ บอกสั้นๆ อย่าเครียด ตื่นมาหัวเราะให้ได้ทุกวัน จะช่วยให้รู้สึกมีไฟ และไปต่อได้ ซึ่งพิสูจน์ได้กับตัวเอง จากตำนาน Talk of the town เมื่อตกเป็นหนี้เกือบ สองแสนล้าน ใน พ.ศ.2540 ทำให้ธุรกิจอุตสาหกรรมเหล็กกล้า NTS ล้ม จนเกิดวาจาอมตะ ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย ซึ่งถูกวิจารณ์สนั่น เพราะคนมองว่าไม่รับผิดชอบ แต่ คุณสวัสดิ์ ไม่หวั่นไหว เพราะมั่นใจว่า พูดความจริง และเชื่อว่า ใครก็ตาม อยู่ๆตกเป็นหนี้แสนล้าน ซึ่งเกิดจากวิกฤติการเงินที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ต่อให้ตายเกิดใหม่ร้อยชาติก็ไม่มีทางใช้หนี้หมด จึง ไม่จ่าย เพราะ ไม่มี แต่ไม่เคยคิดหนี หรือคิดฆ่าตัวตาย แต่ คุณสวัสดิ์ ฉายา “เจ้าพ่อวงการเหล็ก” ที่เคยติด 1 ใน 500 มหาเศรษฐีโลกของฟอร์บส์ แต่ตกเป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งสมัยนั้นมองว่าน่าอาย ก็พยายามเจรจาลดหนี้สารพัดวิธี เหมือนธุรกิจอื่นๆที่อยู่ในชะตากรรมเดียวกัน จนวันนี้พูดได้ว่า ไม่มีหนี้ และรวยกว่าเดิม ที่สนุกคือ ตอนตกเป็นข่าวดัง ลูกค้าบางกลุ่มในอเมริกาตกใจว่า คุณสวัสดิ์ จะใช้หนี้ไม่ได้ จึงให้นักสืบหาข้อมูล พอได้รับรายงานว่า คุณสวัสดิ์ เป็น “มาเฟีย” และคุ้นเคยกับรัฐบาล เคยเป็นวุฒิสมาชิก และส่งรูปสูบซิการ์คิวบา ดื่มแชมเปญแพง แต่งตัวคลาสสิก Italian Dandy Style คาดเข็มขัดหัวใหญ่ ใส่บูตสีสด ขับสปอร์ตเปิดประทุน โดยมีลูกน้องขับอีกคันตาม (จริงๆกลัวรถวินเทจที่สะสมไว้จะเสียกลางทาง แต่ถูกนักสืบฝรั่งมองว่าเป็นมือปืนคุ้มกัน) หนีบ Clutch Bag พกเงินสดเป็นปึกๆ เล่นพนันเสียเป็นแสนเหรียญ และชอบแจก กับเป็น “เสือผู้หญิง (Womanizer)” ฯลฯ ลูกค้าจึงตกใจ รีบเจรจาขายบอนด์ คุณสวัสดิ์ จึงซื้อได้ในราคาต่ำกว่าครึ่งของครึ่งของครึ่ง ทำให้มีกำไรส่วนต่างอื้ออึง อีกครั้ง ตอนทนายของลูกค้ามาซื้อบอนด์ มี 3 รายที่มีเงื่อนไข จะต้องมีเอกสารรับรองจากแบงก์ คุณสวัสดิ์ โมโหมาก จึงนัดเจรจา พอฝรั่งเข้าห้องก็ปิดห้องให้ลูกน้องนั่งขวางประตูไว้ และหยิบปืนวางบนโต๊ะ บอกว่าดีลนี้ไอทำมาเป็นปีอย่างตั้งใจและรอบคอบ มั่นใจว่าเป็นธุรกิจที่ดีมีอนาคต ไม่ใช่การต้มตุ๋น ถ้าไม่เซ็นก็ไม่ต้องคุย--เจอแบบนี้ดีลจึงจบได้ แต่มีข่าวดังถูกว่าข่มขู่ แต่ Wall street journal ที่รู้จัก คุณสวัสดิ์ ดี ก็เสนอข่าวให้ โดยถามนอกรอบว่า “จะยิงจริงๆหรือเปล่า ถ้าดีลไม่จบ” ซึ่ง คุณสวัสดิ์ ตอบว่า May be Yes, and may be Notเบื้องหลังการฟื้นฟูธุรกิจที่ คุณสวัสดิ์ บอกว่า เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ขออย่าได้เจออีกเลย และถ่ายทอดให้คนใกล้ชิดที่ถามถึงวิทยายุทธ์ว่า สำคัญคือ ต้องมีเพื่อนดี ทำให้ตอนออก BOND ใหม่ 650 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จึงมีกัลยาณมิตรช่วย ซึ่งการจะได้เพื่อนดี ไม่ยาก แค่ต้องดีและจริงใจ ทำให้แม้จะเรียนเพียง ม.6 แต่ก็มีเพื่อนระดับโลกที่รักน้ำใจกัน เช่น เจ้าชายประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งภายหลังบางองค์ขึ้นเป็นกษัตริย์ รวมทั้ง กัดดาฟี ซึ่งเคยชวน คุณสวัสดิ์ ไปสร้างนิคมอุตสาหกรรมที่เบงกาซี และอีกเพื่อนสนิท คือ MARC RICH ชาวยิว-อเมริกัน ฉายา The King of Oil ซึ่งทำธุรกิจน้ำมันกับอิหร่าน ในยุค Ayatollah Khomeini และกับคิวบา ยุค Fidel Castro ทำให้มีคดีกับรัฐบาลสหรัฐฯ ข้อหาเลี่ยงภาษี จึงย้าย บ. Glencore ไปสวิสฯ และไม่กลับอเมริกาอีก แม้จะได้รับการอภัยโทษในสมัย บิล คลินตัน ซึ่งข่าวว่าเพราะบริจาคให้พรรค 200 ล้านเหรียญ--ตอนออก Bond คุณสวัสดิ์ จึงได้ บิลเลียนแนร์ MARC RICH ซื้อโดยไม่ถามสักคำ ทำให้ปรับโครงสร้าง ใช้หนี้ กอบกู้ธุรกิจ กับลงทุนใหม่ๆ และด้วยวิชันที่ไม่เหมือนใคร เช่น ซื้อโรงแรมริมทะเลมาทุบทิ้ง และสร้างท่าเรือน้ำลึก ศรีราชา ฮาร์เบอร์ ยาว 3 กม. ซึ่งมีศักยภาพสูงมาก จึงมีหลายชาติติดต่อขอซื้อหลายหมื่นล้านบาท แต่ คุณสวัสดิ์ ตอบสั้นๆ “ไม่สน ไม่คุย ไม่ขาย”.โสมชบาคลิกอ่านคอลัมน์ "ของว่างวันอาทิตย์" เพิ่มเติม