เจาะแลนด์สเคปผู้ซื้อต่างชาติ เผยไทยติดเรดาร์จุดหมายปลายทางสำคัญของผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนทั่วโลก “แสนสิริ” ถอดสัญญาณอสังหาฯไทย พบแรงจูงใจซื้อเปลี่ยนจากผลตอบแทนลงทุนระยะสั้น สู่การบริหารความเสี่ยงสินทรัพย์ และการมองหาบ้านหลังที่สองที่มีคุณภาพชีวิตยั่งยืน เหมาะใช้ชีวิตระยะยาว ส่งผลให้ฐานผู้ซื้อกระจายตัวสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เช่น กลุ่มประเทศในเอเชียใต้, ตะวันออกกลาง และอาเซียน โดยกุญแจอยู่ที่ไลฟ์สไตล์นำทำเล ปลุกกระแสให้เกิดการเลือกซื้ออสังหาฯที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทำเลหลากหลายขึ้น ตั้งแต่กรุงเทพฯ, ภูเก็ต, พัทยา, หัวหิน ไปจนถึงเชียงใหม่, สมุย และระยอง กระนั้นไทยยังต้องแข่งกับประเทศในอาเซียน จึงควรเร่งพัฒนานโยบายการพำนักระยะยาวที่ชัดเจน, โครงสร้างพื้นฐาน และมาตรฐานอุตสาหกรรมอสังหาฯไทย เพื่อให้ต่างชาติมองไทยเป็นฐานชีวิต ยกระดับสู่การบริหารพอร์ตสินทรัพย์ระยะยาว ในฐานะประธานผู้บริหารสายงานการตลาดของแสนสิริ “ศรีอำไพ รัตนมยูร” ชี้ว่า ภาพรวมอสังหาฯไทยครึ่งปีหลังนี้กำลังเผชิญ Turning Point สำคัญ จากสัญญาณการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ตั้งแต่แรงจูงใจในการซื้อ, ฐานสัญชาติของผู้ซื้อ ไปจนถึงบทบาทของแต่ละหัวเมืองที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ต่างกัน จากเดิมเน้นผลตอบแทนจากการเช่า วันนี้มีการปรับพอร์ตครั้งใหญ่ของนักลงทุนทั่วโลกที่มองหาความมั่นคงระยะยาวมากกว่าผลตอบแทนระยะสั้น ผู้ซื้อต่างชาติเปลี่ยนบทบาทสู่การเป็นผู้ถือครองสินทรัพย์ระยะยาว โดยมองไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายหลักสำหรับบ้านหลังที่สอง ตลอดจนการเตรียมพร้อมเพื่อใช้ชีวิตระยะยาว หรือวางแผนพำนักในอนาคต จากจุดแข็งด้านค่าครองชีพ, ระบบสาธารณสุขระดับสากล, โครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และศักยภาพเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคตลาดใหม่ที่มีศักยภาพเติบโตน่าจับตา ได้แก่ กลุ่มประเทศในเอเชียใต้, ตะวันออกกลาง และอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีมูลค่าการซื้อเฉลี่ยต่อยูนิตสูงเพื่ออยู่อาศัยจริงในลักษณะครอบครัว ส่วนกลุ่มตลาดกำลังซื้อสูงที่กลับมามีบทบาทชัดเจนขึ้น ได้แก่ สิงคโปร์และญี่ปุ่น ซึ่งมองไทยในฐานะพื้นที่ลงทุน และบ้านหลังที่สอง โดยมีนโยบายสนับสนุนการพำนักระยะยาวของภาครัฐเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มผู้เกษียณอายุและผู้ที่ต้องการพำนักระยะยาว อย่างไรก็ดี โจทย์ใหม่ของตลาดอสังหาฯไทยไม่ใช่เพียงทำเล แต่ต้องตอบโจทย์การออกแบบชีวิต โดย “กรุงเทพฯ” ยังเป็นตลาดหลักสำหรับกลุ่มคนทำงานและนักลงทุน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมระดับกลางถึงลักชัวรีในย่าน CBD ใกล้ระบบขนส่งมวลชน ส่วน “ภูเก็ต” คือจุดหมายของ Luxury Lifestyle และ Second Home Destination ด้วยวิลล่าและเรสซิเดนซ์ระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัว และ Digital Nomad ด้าน “พัทยา” ตอบโจทย์บ้านพักตากอากาศและการอยู่อาศัยวัยเกษียณ แถมได้อานิสงส์จากการพัฒนาพื้นที่ EEC ขณะที่ “หัวหิน” รองรับกลุ่มครอบครัวที่ต้องการความสงบ และพื้นที่อยู่อาศัยมากขึ้น “เชียงใหม่” ก็ดึงดูดกลุ่มที่ใส่ใจเรื่อง Wellness และ “สมุย” ตอบโจทย์กลุ่มบ้านหลังที่สองระดับหรูที่ต้องการความเป็นส่วนตัว อีกหนึ่งเทรนด์สำคัญคือ กลุ่มผู้เกษียณ และ Second Home Buyers มีแนวโน้มตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น หากมั่นใจว่าไทยสามารถเป็นฐานชีวิตระยะยาวได้จริง ขณะที่ผู้เช่าคุณภาพจำนวนมากมีโอกาสพัฒนาเป็นผู้ซื้อในอนาคต หากได้รับประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดี และมั่นใจในระบบนิเวศของเมืองที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม