ตั้งแต่ไปเป็นเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เมื่อเดือนมีนาคม 67 ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ก็ใช้ประสบการณ์ที่คร่ำหวอดในวงการเงินการคลัง ลุยงาน กบข. ดูแลบริหารเงินออมของข้าราชการทั้ง 2 ส่วน คือ เงินสำรอง ที่รัฐจ่ายเข้า กบข. ทุกปีไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของงบประมาณรายจ่ายบำเหน็จบำนาญข้าราชการประจำปี และผลประโยชน์จากเงิน โดยเงินสำรองนี้ ถ้าเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ รัฐอาจสั่งให้ กบข. ส่งคืนแผ่นดิน เพื่อเอาไปจ่ายบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (แต่รัฐจะต้องจัดสรรงบคืน กบข. ในปีงบประมาณถัดไป) กับ เงินสะสมของสมาชิก กบข. ประมาณ 1.2 ล้านคน--เลขาฯอั๋น-ทรงพล จึงมีเงินที่ต้องบริหารตัวเป็นเกลียว 1,470,000 ล้านบาท