แอปเปิล (Apple) ใช้ข้อมูลผลสำรวจจากประเทศไทย สิงคโปร์ และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นแกนหลักในการนำเสนอทิศทางการศึกษาแห่งอนาคตบนเวทีระดับภูมิภาค โดยชี้ว่า การประเมินเทคโนโลยีในโรงเรียนควรวัดจากผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน มากกว่าจำนวนอุปกรณ์ที่ติดตั้งในห้องเรียนข้อมูลที่บริษัทนำเสนอ อ้างอิงผลการศึกษาของ Greater Divide ระบุว่า ในประเทศไทย ผู้ตอบแบบสำรวจ 91% เห็นว่านักเรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์เพิ่มขึ้น 90% ระบุว่าผู้เรียนมีความอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น ขณะที่ 88% เห็นพัฒนาการด้านความคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้ด้วยตนเอง ส่วนผลสำรวจในสิงคโปร์เกี่ยวกับการใช้ Mac พบว่า 89% เห็นว่านักเรียนมีความรับผิดชอบต่อการเรียนรู้มากขึ้น 88% เห็นพัฒนาการด้านการทำงานร่วมกัน 87% ระบุว่านักเรียนมีแรงจูงใจในการเรียนเพิ่มขึ้น และ 85% เห็นการพัฒนาทักษะด้านการใช้ AI สำหรับข้อมูล ระดับเอเชียแปซิฟิก เผยว่า ครู 70%ใน โรงเรียนที่นักเรียนใช้ Mac เห็นว่านักเรียนมีความรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของตนเองในระดับบ่อยครั้งถึงบ่อยมาก เทียบกับ 59% ของกลุ่มที่ใช้อุปกรณ์ประเภทอื่นตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า การลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาไม่ควรวัดจากสมรรถนะของอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาว่าสามารถส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ การมีส่วนร่วม และความรับผิดชอบของผู้เรียนได้มากเพียงใด อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ดังกล่าวได้ หากครูยังขาดเครื่องมือและความพร้อมในการออกแบบการเรียนรู้ จึงพัฒนาโครงการสนับสนุนครูอย่าง Apple Education Community, Apple Teacher, Apple Professional Learning Specialists และ Apple Learning Coachข้อมูลของบริษัทระบุว่า ปัจจุบัน Apple Education Community มีสมาชิกมากกว่า 1 ล้านคนทั่วโลก ขณะที่ Apple Teacher มีครูได้รับการรับรองมากกว่า 400,000 คน และมี Apple Learning Coach มากกว่า 7,000 คน แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับการนำเสนอของ ดร.ศิริวรรณ ฉัตรมณีรุ่งเจริญ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ซึ่งยกกรณีศึกษาของโรงเรียนเกาะมะพร้าว จังหวัดภูเก็ต ขึ้นนำเสนอในเวทีระดับภูมิภาค โดยระบุว่า การมี iPad หรืออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเพียงอย่างเดียว ไม่ได้รับประกันว่าผู้เรียนจะมีส่วนร่วมกับการเรียนรู้ หากครูยังไม่สามารถออกแบบกิจกรรมที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีกับบริบทของชุมชนได้กรณีศึกษาดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักเรียนใช้เทคโนโลยีสำรวจปัญหาในพื้นที่ สร้างสรรค์ผลงาน และสื่อสารสิ่งที่ค้นพบกับชุมชน แทนการใช้เครื่องมือเพียงเพื่อทำงานให้เสร็จนอกจากการพัฒนาครูแล้ว ยังนำเสนอระบบบริหารจัดการสำหรับสถานศึกษา เช่น Apple School Manager ระบบติดตั้งอุปกรณ์แบบ Zero-touch การจัดการบัญชีผู้ใช้ และระบบรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์ เพื่อช่วยให้โรงเรียนสามารถบริหารอุปกรณ์จำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่การติดตั้ง การจัดการผู้ใช้ ไปจนถึงการดูแลข้อมูลของโรงเรียน.ไทยรัฐไซเบอร์เน็ตคลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม