ไต้หวันเป็น 1 ในประเทศที่บริหารจัดการและรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยจำนวนพลเมือง 23.7 ล้านคน มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 451 ราย เสียชีวิต 7 ราย และขณะนี้สามารถเปิดประเทศ ดำเนินกิจกรรมได้เกือบเหมือนปกติสำนักข่าวซีเอ็นบีซี ทำสกู๊ปเจาะลึกว่าทำไมไต้หวันซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับประเทศจีน แหล่งแพร่เชื้อ จึงสามารถรอดพ้นจากการแพร่ระบาดได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถเดินหน้าประกอบกิจการภายในประเทศได้จนเกือบเป็นปกติ สัญญาณแห่งการแพร่ระบาดที่ยังเห็นได้ทั่วไป คือการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและการสวมใส่หน้ากากอนามัยซีเอ็นบีซีหาคำตอบจากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก สัมภาษณ์ประชาชนในประเทศ เพื่อหาเหตุผลว่าความสำเร็จของไต้หวันในครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรและมาจากปัจจัยใดบ้าง1.การกักตัวอย่างมีคุณภาพ คนที่เดินทางมาจากต่างประเทศจะต้องถูกกักตัว 14 วัน ภายใต้เงื่อนไขผู้เดินทางเข้าประเทศจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง รัฐบาลช่วยเหลือบางส่วน ไปจนถึงช่วยเหลือทั้งหมด นอกจากได้รับแจกของใช้ เช่น กรรไกรตัดเล็บ สบู่ ผงซักฟอกแล้วยังมีอาหารส่งให้ทุกมื้อ ทุกวัน และมีเจ้าหน้าที่โทร.หาวันละ 2-3 ครั้งเพื่อติดตามสอบถามอาการ พอครบกำหนดก็สามารถออกมาใช้ชีวิตปกติได้ เพราะร้านอาหาร คลับ บาร์กลับมาเปิดบริการตั้งแต่เดือน พ.ค. และเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ไต้หวันเพิ่งยกเลิกให้นักเดินทาง (จากประเทศที่ความเสี่ยงต่ำ) ไม่ต้องกักตัวได้ จากที่ก่อนหน้านี้เข้มงวดมากและใช้เครือข่ายดาวเทียมในการกำหนดขอบเขตการเดินทางของผู้คนเพื่อติดตามการแพร่ระบาด2.มีแผนชัดและไม่มีข้อยกเว้น ระบบของไต้หวันถูกนำมาใช้ตั้งแต่การระบาดของไวรัส SARS ย้อนหลังไปเมื่อปี 2546 และการที่ไต้หวันไม่ได้เป็นสมาชิกขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพราะไม่ได้รับการรับรองว่าเป็นประเทศ มีสถานะเป็นเพียงจังหวัดหนึ่งของจีน ทำให้ต้องสู้ด้วยตัวเอง ไต้หวันมีบริการตรวจโควิดที่เข้าถึงง่ายและเกือบฟรี การเดินทางในสถานที่สาธารณะ ตั้งแต่อาคาร ร้านอาหาร ยิม และออฟฟิศ ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย ใครไม่สวมหน้ากากในที่สาธารณะ ไม่กักตัวตามกำหนด มักถูกประจานผ่านโซเชียลมีเดีย 3.เอาชนะภาวะหน้ากากขาดแคลน คนไต้หวันสามารถใช้บัตรประกันสุขภาพแห่งชาติในการซื้อหน้ากากอนามัยได้ นอกจากนั้น รัฐบาลยังพัฒนาซอฟต์แวร์ชี้จุดร้านค้าที่มีสต๊อกหน้ากาก เพื่อให้ประชาชนรู้จุดจำหน่ายที่มีหน้ากากให้ซื้อแน่ๆ4.สื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ไต้หวันมีการจัดศูนย์บัญชาการรับมือโรคคล้ายกับประเทศไทย มีหน้าที่รายงานสถานการณ์รายวัน ทำงานอย่างโปร่งใสจึงได้รับความเชื่อถือจากประชาชนมาก5.ระบบสุขภาพแบบดิจิทัล พลเมืองไต้หวันมีประวัติสุขภาพที่ผูกติดอยู่กับชื่อ ซึ่งหมอและพยาบาลสามารถเข้าถึงผ่านเครือข่ายออนไลน์ ประวัติการรักษาพยาบาลส่วนบุคคลจึงถูกอัปเดตได้เกือบเรียลไทม์ โดย เฉพาะในช่วงที่มีโรคระบาด ในทางกลับกัน หากคนไข้มีความเสี่ยงจากการเดินทาง หมอจะได้รับสัญญาณแจ้งเตือนทันที ให้เรียกบุคคลนั้นมาตรวจหาโควิด เพื่อตัดวงจรและเข้าถึงบุคคลที่อาจเป็นพาหะได้ ก่อนเกิดการติดเชื้อจริง6.จิตสำนึกต่อส่วนรวม ขณะที่สังคมปลีกวิเวกอย่างคนอเมริกัน ไม่ช่วยให้การใช้ชีวิตในภาวะที่มีการแพร่ระบาดของโรคร้ายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สังคมและแนวคิดแบบคนไต้หวันมีส่วนทำให้ประเทศนี้รับมือกับโรคระบาดได้ดี เพราะทุกคนพร้อมเสียสละความสุขและประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวม จึงแทบไม่มีใครละเมิดกฎระเบียบที่ตั้งไว้.