แม้บางครั้งจะมีเหตุการณ์ให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศสะดุดกันไปบ้าง แต่ความร่วมมือที่มีมาแต่เดิมย่อมดำเนินไปอย่างต่อเนื่องไม่นานมานี้ ทางสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยเปิดเผยว่า ฝ่ายสถานทูตและฝ่ายเศรษฐกิจได้ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติของประเทศไทย (สกมช.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ระหว่างประเทศไทยและอิสราเอล ครั้งที่ 2 ที่ กทม. โดยมีคณะผู้แทนด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ชั้นนำจากอิสราเอลมาแบ่งปันความชำนาญและองค์ความรู้จากความสำเร็จของการประชุมครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว การประชุมครั้งที่สองนี้จัดขึ้นเพื่อสานต่อความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากการร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ระหว่างไทยและอิสราเอล เพื่อนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถในการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ และเสริมสร้างความมั่นคงความสามารถในการฟื้นตัวของระบบดิจิทัลของสองประเทศสำหรับการประชุมครั้งที่ 2 ในเดือน ก.ย.ปีนี้ ได้รับเกียรติจากพลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการ สกมช. และนางอโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธี จัดเป็นเวลา 3 วัน โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชน ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเข้าร่วมกว่า 100 คน แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญนายอามิท มุสลี หัวหน้าและที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและการค้าของอิสราเอล ยังย้ำถึงผลกระทบเชิงเปลี่ยนแปลงของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีต่อภูมิทัศน์ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ว่า “ในปัจจุบันความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปกป้องขอบเขตของระบบอีกต่อไป เรากำลังอยู่ท่ามกลางการปฏิวัติด้าน AI ซึ่งช่วยให้ผู้โจมตีมีเครื่องมือที่รวดเร็วขึ้น ทั้งยังมีวิธีการโจมตีที่ชาญฉลาดมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน AI ก็ช่วยให้ฝ่ายป้องกันสามารถมองเห็นภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างฉับไว และใช้ระบบอัตโนมัติได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น”.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม