การได้กลับมาเยือนอินเดียอีกครั้ง ตามคำเชิญอย่างเป็นทางการของกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ผ่านทางสถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ถือเป็นโอกาสอันน่าจดจำ ในฐานะหนึ่งในผู้สื่อข่าวจากนานาประเทศที่เข้าร่วม “Familiarization Visit” และติดตาม การประชุมสุดยอด BRICS ครั้งที่ 18 ที่กรุงนิวเดลีประสบการณ์ครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการติดตามข่าวจากห้องประชุม แต่ยังเปิดให้เห็น “เบื้องหลัง” ของการจัดประชุมระดับผู้นำ ตั้งแต่การรักษาความปลอดภัย การจัดระบบสื่อมวลชน ไปจนถึงบรรยากาศของเมืองเจ้าภาพที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดในช่วงเวลาที่สายตาของโลกจับจ้องมายังกรุงนิวเดลีครั้งนี้มีผู้สื่อข่าวร่วมคณะเดียวกัน 58 คน จาก 19 ประเทศเข้าร่วมโครงการและสังเกตการณ์การประชุมระหว่างวันที่ 12-13 ก.ย. ณ ศูนย์ประชุมระดับโลก “ภารัต มัณฑปัม” (Bharat Mandapam) กรุงนิวเดลี โดยอินเดียทำหน้าที่ประธาน BRICS ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Building for Resilience, Innovation, Cooperation and Sustainability” หรือ “ร่วมสร้างความเข้มแข็ง ขับเคลื่อนนวัตกรรม ส่งเสริมความร่วมมือ และมุ่งสู่ความยั่งยืน” ตามวิสัยทัศน์ของ “นเรนทรา โมดี” นายกรัฐมนตรีอินเดีย ที่มุ่งขับเคลื่อนนโยบายยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางภายใต้จิตวิญญาณ “Humanity First” หรือ “มนุษยชาติต้องมาก่อน” จากกลุ่ม 5 ประเทศผู้ก่อตั้งดั้งเดิม ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ปัจจุบัน BRICS ได้ขยายสมาชิกครอบคลุมอียิปต์ เอธิโอเปีย อิหร่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย และอินโดนีเซีย ขณะที่อีกหลายประเทศรวมถึงไทย เข้าร่วมในฐานะประเทศพันธมิตร ทำให้ BRICS มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นในเวทีโลก คิดเป็นสัดส่วนราว 49.5% ของประชากรโลก เกือบ 40% ของ GDP โลก และราว 26% ของการค้าโลกแต่การขยายตัวพร้อมความหลากหลายก็นำมาซึ่งโจทย์สำคัญเช่นกัน เพราะสมาชิกต่างมีผลประโยชน์ ความสัมพันธ์ และจุดยืนต่อประเด็นระหว่างประเทศแตกต่างกันอย่างมากการประชุมที่นิวเดลีจึงไม่ได้เป็นเพียงการรวมตัวของผู้นำระดับสูง ทั้ง “วลาดิเมียร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซีย “มัซอูด เพเชซกียอน” ประธานาธิบดีอิหร่าน “ซีริล รามาโฟซา” ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ และ “ปราโบโว สุเบียนโต” ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย แต่ยังเป็นเวทีที่จับตาการเยือนอินเดียครั้งแรกในรอบ 6 ปีของ “สี จิ้นผิง” ผู้นำจีน และเป็นอีกวาระสำคัญในการผลักดันประเทศ Global South ให้มีบทบาทกำหนดทิศทางธรรมาภิบาลโลกมากขึ้นสิ่งที่เห็นก่อนเข้าสู่ห้องประชุมคือกรุงนิวเดลีที่เต็มไปด้วยต้นไม้หนาแน่น กับฝูงลิงที่ยังพบเห็นได้ตามพื้นที่ต่างๆ และการจราจรอันคึกคักกลับเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด ในถนนสายสำคัญใจกลางกรุงที่ถูกจำกัดการจราจรเพื่อรองรับการประชุม เช่นเดียวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยถูกยกระดับขึ้นเป็นพิเศษ มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงกว่า 30,000 นาย พร้อมระบบสกัดโดรนและชุดสุนัขตำรวจตรวจรอบพื้นที่สถานที่จัดการประชุมคณะสื่อมวลชนนานาชาติของเราจึงต้องออกจากโรงแรมตั้งแต่เช้า เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ถูกปิด ก่อนผ่านขั้นตอนตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเพื่อเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติงานบรรยากาศภายในศูนย์สื่อมวลชนที่ภารัต มัณฑปัมเต็มไปด้วยความคึกคัก สิ่งที่เห็นได้ตลอดเวลาคือผู้สื่อข่าวจากหลายประเทศกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ เต็มพื้นที่ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น และการสัมภาษณ์กันเองระหว่างผู้สื่อข่าว รวมทั้งติดตามการถ่ายทอดสด ตั้งแต่ภาพผู้นำทยอยเดินทางมาถึง การต้อนรับของนายกรัฐมนตรีโมดีบริเวณด้านหน้าแบ็กดรอป ซึ่งผู้สื่อข่าวอินเดียรายหนึ่งเล่าให้ฟังว่าเป็นภาพ “วัดรามานาถาสวามี” ศาสนสถานฮินดูสำคัญในรัฐทมิฬนาฑู ทางตอนใต้ของอินเดีย ไปจนถึงภาพบรรยากาศภายในห้องประชุม ทุกช่วงเวลาล้วนกลายเป็นข่าวที่ต้องจับตา รายงานและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็วอย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นหลังประตูห้องประชุม นั่นคือความพยายามของสมาชิก BRICS ในการหาจุดร่วมท่ามกลางโลกที่กำลังแบ่งขั้วและมีความขัดแย้งซ้อนทับกันหลายด้านภายหลังการประชุมวันแรก “สุธาการ์ ดาเลลา” ปลัดกระทรวงต่างประเทศ (ฝ่ายกิจการเศรษฐกิจ) แถลงว่า ผู้นำ BRICS สามารถบรรลุ ฉันทามติและรับรอง New Delhi Declaration 2026 สะท้อนจุดยืนร่วมในประเด็นความมั่นคง เศรษฐกิจ การพัฒนา และการปฏิรูประบบพหุภาคี พร้อมระบุว่าสถานการณ์เอเชียตะวันตกเป็นหนึ่งในประเด็นละเอียดอ่อนที่สุด มีผลกระทบต่อสมาชิก BRICS และภูมิภาค ถ้อยแถลงในปฏิญญาได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นสูงสุด หลีกเลี่ยงการทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น และสนับสนุนการแก้ไขความขัดแย้งผ่านแนวทางพหุภาคี โดยไม่พาดพิงหรือเอ่ยถึงประเทศใดขณะเดียวกันยังพยายามผลักดัน BRICS ให้มีบทบาทมากกว่าเวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยต้องการเพิ่มเสียงของประเทศ Global South ในระบบธรรมาภิบาลโลก ทั้งการปฏิรูปกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ธนาคารโลก รวมถึงสหประชาชาติ และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติพร้อมย้ำว่า BRICS ไม่ได้เป็นกลุ่มต่อต้านสหรัฐฯ หรือชาติตะวันตก แต่มุ่งให้เป็นเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศในโลกที่มีความแตกแยกมากขึ้น เมื่อถูกถามถึงการพบกันของผู้นำอินเดียและผู้นำจีน ดาเลลาเผยว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่สันติภาพและความสงบตามแนวชายแดนยังเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาความสัมพันธ์โดยรวม ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายยังสามารถเดินหน้าความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า ห่วงโซ่อุปทาน และการติดต่อระหว่างประชาชนในโลกที่มีทั้งความหลากหลาย ความขัดแย้ง และผลประโยชน์ซับซ้อน การประชุม BRICS ครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า ความสำเร็จของเวทีพหุภาคีอาจไม่ได้อยู่ที่การทำให้ทุกประเทศคิดเหมือนกัน หากอยู่ที่การรักษาพื้นที่ให้ประเทศที่มีความแตกต่างกันยังสามารถนั่งร่วมโต๊ะ พูดคุย และหาจุดร่วมเพื่อเดินหน้าต่อไปในอนาคต.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “7 วันรอบโลก” เพิ่มเติม