รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังรวมโรงเรียนนายร้อยทหารบก โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ เป็นสถาบันทหารร่วมแห่งใหม่ที่เมืองแทจอน โดยตั้งใจจะผลิตนายร้อยที่สามารถทำสงครามสมัยใหม่ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์และการปฏิบัติการทุกมิติเข้าด้วยกันกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้มีโครงการพัฒนาบุคลากรด้าน Defense AI รวมถึงการเรียนเอไอ และสร้างศูนย์ความร่วมมือระหว่างกองทัพ มหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลิตผู้เชี่ยวชาญปัญญาประดิษฐ์ทางทหารชายเกาหลีใต้ต้องรับราชการทหาร ถ้าเป็นทหารบกและนาวิกโยธินต้องถูกเกณฑ์ทหาร 18 เดือน ทหารเรือ 20 เดือน ทหารอากาศ 21 เดือน รัฐบาลเกาหลีใต้มีมติให้นักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ทำงานวิจัยเป็นเวลา 3 ปี แทนการเข้าไปเกณฑ์ทหาร โดยให้เข้าไปทำงานอยู่ในห้องทดลองของบริษัทขนาดใหญ่เกาหลีใต้พิจารณาแล้ว ว่าการสงครามในอนาคตเป็นเรื่องการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ไฟฟ้าดับ ธนาคารล่ม การสื่อสารเป็นง่อย ดาวเทียมเดี้ยง สร้างข่าวปลอมเป็นล้านชิ้น และสร้างภาพปลอมเพื่อให้ประชาชนงงการสงครามในยุคต่อไปจะเป็นเรื่องของเครื่องบินไร้คนขับ หุ่นยนต์ ระบบตรวจจับศัตรู ดาวเทียม และอาวุธสมัยใหม่ที่ต้องพึ่งคอมพิวเตอร์ ข้อมูล ชิป และเอไอ คนที่เขียนโปรแกรมเก่งจึงมีคุณค่าต่อการป้องกันประเทศนักวิจัยเอไอรอบแรกที่เปิดรับใน พ.ศ.2570 มี 240 ตำแหน่ง แบ่งเป็น 120 ตำแหน่ง ให้อยู่ในห้องวิจัยของบริษัทขนาดใหญ่ และอีก 120 ตำแหน่ง ให้อยู่ในสถาบันวิจัยของรัฐและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเกาหลีใต้จะส่งคนที่ทำงานวิจัยแทนการเกณฑ์ทหารรุ่นแรกไปที่บริษัทใหญ่ 4 แห่ง โดยพิจารณาจากงบวิจัยของบริษัทที่ต้องมีอย่างน้อยร้อยละ 5 ของรายได้ คือ ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ แอลจี อิเล็กทรอนิกส์ ซัมซุง เมดิสัน และเอชดี ฮุนได โรโบติกส์สมัยก่อนตอนโน้น เราวัดความสามารถทางทหารและความแข็งแกร่งของกองทัพจากจำนวนทหาร แต่ในศตวรรษที่ 21 ทหารแสนนายที่ไม่มีความรู้เรื่องเอไอจะไม่มีอำนาจการรบเท่ากับทหารจำนวนน้อยกว่า แต่มีศักยภาพด้านเอไอ โดรน ดาวเทียม และระบบไซเบอร์สนับสนุนในอดีต แต่ละประเทศมักจะข่มกันเรื่องมีทหารกี่แสนนาย มีรถถังกี่คัน มีเครื่องบินรบกี่ลำ แต่ในอนาคต แต่ละประเทศจะข่มกันเรื่องมีนักวิจัยเอไอกี่คน ผลิตชิปได้เองหรือไม่ มีศูนย์ข้อมูลมากขนาดไหน มีไฟฟ้าพอเพียงสำหรับศูนย์ข้อมูลหรือไม่ สามารถป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ได้เพียงใด และมีดาวเทียมของตนเองหรือเปล่าประเทศที่จะมีศักยภาพในการรบต้องมีระบบนิเวศเอไอที่สมบูรณ์ เพราะเอไออยู่โดดเดี่ยวไม่ได้ เอไอต้องใช้ชิป ต้องใช้ศูนย์ข้อมูล ต้องใช้ไฟฟ้ามหาศาล ต้องใช้คนที่มีความรู้ด้านคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรมศาสตร์คำว่าคนเก่งกำลังเปลี่ยนความหมาย เมื่อก่อน คนเรียนเก่งหมายถึงคนจำเก่ง คำนวณเก่ง หาคำตอบได้เร็ว แต่ปัจจุบัน เครื่องจักรกำลังทำงานเหล่านี้ได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ คนรุ่นใหม่ หรือแม้แต่กองทัพจึงไม่ควรแข่งกับเอไอในสิ่งที่เอไอทำได้ดีกว่า เรื่องนี้เกาหลีใต้กลายเป็นประเทศนำร่องรัฐบาลเกาหลีใต้ไม่ได้บอกว่า เราไม่ต้องการทหารแล้ว แต่กำลังบอกว่า เราต้องนิยามคำว่าทหารเสียใหม่ ชายหนุ่มชาวเกาหลีใต้คนหนึ่งอาจรับใช้ชาติด้วยการถือปืนอยู่ชายแดน ชายชาวเกาหลีใต้อีกคนหนึ่งอาจรับใช้ชาติด้วยการนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ กำลังสร้างเอไอ หุ่นยนต์ ระบบป้องกันไซเบอร์ หรือเทคโนโลยีที่ทำให้ทหารทั้งกองทัพมีความสามารถเพิ่มขึ้นสิ่งที่เกาหลีใต้กำลังทำอยู่นี้ ไม่ใช่เพียงการปรับปรุงโรงเรียนทหาร หรือการหาคนเก่งด้านเอไอมาช่วยกองทัพ แต่เป็นการเปลี่ยนความคิดในเรื่องของอำนาจการรบทั้งระบบ ก็อย่างที่ผมเรียนผู้อ่านท่านที่เคารพไปแล้วนะครับ ว่าในอนาคตมนุษย์ไม่ได้ตัดสินกันด้วยจำนวนทหารเพียงอย่างเดียวแล้วประเทศที่มีกำลังพลทหารมากอาจเสียเปรียบประเทศที่มีทหารน้อยกว่า แต่มีเอไอที่ดีกว่า มีโดรนที่แม่นยำกว่า มีดาวเทียมของตนเอง มีชิป มีศูนย์ข้องมูล มีระบบไซเบอร์ที่แข็งแรง และที่สำคัญคือมีคนเก่งที่สามารถนำสิ่งเหล่านี้มาทำงานร่วมกันได้.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม