ผมไปอูเครนครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2534 หลังจากนั้นก็ไปอูเครนต่อเนื่อง และไปครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2560 ครั้งล่าสุดนี้ไปตระเวนพักกับบ้านเพื่อนแถบเทือกเขาคาร์เพเทียนคาร์เพเทียนเป็นเทือกเขายาวใหญ่ ยาวถึง 1,500 กม. ผ่าน 8 ประเทศหลักคือ เช็ก สโลวาเกีย โปแลนด์ ฮังการี โรมาเนีย เซอร์เบีย ออสเตรีย และอูเครนการเดินทางเมื่อ พ.ศ.2560 ผมอยู่แถวแคว้นซาคาร์ปัตเตีย แคว้นอีวาโน-ฟรังคิฟสค์ แคว้นลวีฟ และแคว้นเชอร์นิฟซี18 กันยายน 2569 ขณะที่สงครามรัสเซีย-อูเครนยังดำเนินไป ผมได้ยินข่าวประธานาธิบดีเซเลนสกี เปิดเวทีชื่อ Carpathian Eight หรือคาร์เพเทียน เอท หรือ C8 และสหภาพยุโรปเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ความมุ่งหวังตั้งใจของเซเลนสกีก็คือ ต้องการให้ประเทศในภูมิภาคคาร์เพเทียนร่วมมือกันทางด้านความมั่นคง พลังงาน การขนส่ง และเส้นทางสินค้า การค้าข้ามพรมแดน การลงทุน และความร่วมมือระหว่างเมืองและชุมชนเซเลนสกีบอกว่า อ้า อันที่จริงความร่วมมือนี้ มีมาแต่ก่อนง่อนชะไร ทว่า อ้า ข้าพเจ้าต้องการยกระดับให้เป็นระบบและมีความแข็งแรงแกงไก่ไข่เค็ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงที่อูเครนยังรบกับรัสเซียผมคิดว่าเซเลนสกีกำลังสร้างความสำคัญให้ตัวเองโดยการนำความจริงทางภูมิศาสตร์โบราณมาปรับใช้กับสงครามยุคใหม่ ตั้งแต่มีสงครามกับรัสเซียอย่างเต็มรูปแบบใน พ.ศ.2565 อูเครนก็ต้องพึ่งพาประเทศรอบบ้านมากขึ้น แต่ความนิยมในอูเครนขึ้นๆ ลงๆ โดยเฉพาะชื่อเสียทางด้านการคอร์รัปชัน การแบมือขออย่างไม่มีที่สิ้นสุด หรือการที่ผู้อพยพชาวอูเครนไปสร้างความรำคาญให้กับเพื่อนบ้านต่อไปในอนาคต เมื่อมีปัญหาเหล่านี้ เซเลนสกีอาจจะพูดว่า ให้ลืมเรื่องมีดพก กระจกเงา กระเป๋าหิ้วไปเสีย แล้วมาสนใจเรื่องใหญ่ดีกว่า คือเรื่องความมั่นคง เรื่องสงครามรัสเซียเราทั้ง 8 ประเทศ อยู่ใกล้ชิดติดกัน ลืมเรื่องเล็กๆน้อยๆห้อยโหน มารวมกันดังคติของช่างตัดผมที่ว่าหลายหัวดีกว่าหัวเดียว สนใจเรื่องใหญ่ดีกว่าเซเลนสกีกระดกก้นตัวเองขึ้น 3 ครั้งก่อนจะพูดว่า อ้า เราต้องทำถนนและทางรถไฟเชื่อมไปเชื่อมมาให้ดีขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการขนสินค้า เชื่อมระบบพลังงานระหว่างประเทศเมื่อเห็นผู้ฟังซึ่งเป็นผู้นำจากประเทศเหล่านี้เริ่มหาวเรอ ท่าทางเบื่อหน่าย บางคนเริ่มเอาหัวถูข้างฝา บางคนนั่งบีบสิวและแคะขี้มูก เซเลนสกีเลยพูดคำว่า อ้า ที่สำคัญคือ military mobility ความสามารถในการเคลื่อนย้ายทหารจากนั้น เซเลนสกีก็เดินไปที่โต๊ะของผู้นำแต่ละคน ใช้มือป้องปากแล้วกระซิบไปที่หูของผู้นำเหล่านั้น ซุบซิบๆ หลังจากนั้นก็บอกว่า ข้าพเจ้ารู้แผนของรัสเซียว่าต่อไปในอนาคตรัสเซียจะบุกประเทศของพวกท่านแน่นอน เส้นทางเหล่านี้ที่ข้าพเจ้ายุยงส่งเสริมให้พวกท่านช่วยกันสร้างก็เพื่อความสามารถในการเคลื่อนย้ายทหารกรณีที่รัสเซียบุกในสมัยก่อนตอนที่ยังอยู่รวมกันเป็นสหภาพโซเวียต เมื่อมีใครพูดถึงเทือกเขาคาร์เพเทียน พวกโซเวียตก็จะพูดว่านี่เป็นปากรานีชนึเย โกรึ หรือเป็นภูเขาชายแดน หรือบางคนก็พูดไปถึงว่า คาร์เพเทียนเป็นเทือกเขาที่ก่อให้เกิดพรมแดนระหว่างประเทศเซเลนสกีเหมือนลิงที่พยายามหลอกให้พวกผู้นำสหภาพยุโรปทั้งหลายหลงกลมาสนับสนุนตัวเองด้วยการแปลงคำพูดโน่นนิด นี่หน่อย เพื่อหาจุดร่วมให้ตัวเองไม่โดดเดี่ยวเดียวดายหงายท้องแกจึงเปลี่ยนคำพูดจากภาษารัสเซียที่ว่า ปากรานีชนึเย โกรึ มาเป็นภาษาอูเครนที่ว่า โฮรึ ชโช ซเยด นูยุท ครายีนึ ที่หมายถึง ภูเขาที่เชื่อมประเทศต่างๆเข้าด้วยกันจากนั้น เซเลนสกีก็ร่อนข้อตกลงที่ตัวเองเตรียมมามากกว่า 50 ฉบับไปที่ผู้นำอีก 7 ประเทศ บอกว่า ท่านทั้งหลาย มูลค่ารวมของข้อตกลงเหล่านี้มากกว่า 1 พันล้านยูโรเชียวนะ อย่าไปสนใจเรื่องก๊าซของรัสเซียเลย มากกว่าครึ่งหนึ่งของข้อตกลงพวกนี้เป็นเรื่องพลังงานที่มาจากแสงอาทิตย์และสายลมแสงอาทิตย์และสายลมเป็นคำพูดสวยหรูพวกผู้นำทั้งหลายฟังแล้วก็เคลิ้มตามเซเลนสกี.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม